ทำไมต้องไป อ่างขาง หน้าฝน Rainny Season in Angkhang


เคยเป็นกันไหม พอใกล้หน้าหนาวทีไร ก็หาข้อมูลจัดทริปท่องเที่ยวทุกที เปิดหาวันหยุดกัน แล้วก็จองตั๋ว จองที่พัก เพื่อตามล่าหาอากาศหนาว หาวิวสวย ๆ เพื่อพักผ่อน จากการเหนื่อยล้าทำงานมาทั้งปี อั้มบอกเลยว่า อั้มเคยเป็นค่ะ หนาวทุกปี ขึ้นเขาทุกรอบ แล้วหน้าฝนล่ะ คุณทำอะไรกันอยู่ ขอบอกเลยว่า หน้าฝน (ฤดูฝน) ก็สวยไม่แพ้ หน้าหนาว (ฤดูหนาว) เลยจริง ๆ เพราะหน้าฝน จะเป็นมีบางสิ่งที่หน้าหนาวไม่มี แล้วคุณจะต้องประทับใจไม่มีวันลืม เหมือนอั้มในตอนนี้ พอกลับมานี่ก็เริ่มลงมือทำรีวิวกันเลยทีเดียว อั้มคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่มาเที่ยวในหน้าหนาว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบต้องยืนรอคิวถ่ายรูป รอคิวทานอาหาร รอคิวเข้าห้องน้ำ และ เผชิญปัญหารถติดนาน ๆ จะไปพักผ่อนทั้งที เจอปัญหาเหล่านี้ จากความสุข ที่คิดไว้อาจกลายเป็นความหงุดหงิดขึ้นมาก็เป็นได้
(ขอโทษนะคะ ภาพไม่สวย แต่งภาพไม่เก่ง เพราะไม่ใช่นักรีวิวท่องเที่ยวมืออาชีพค่ะ )

นี่เป็นทริปหน้าฝน ครั้งแรกบน "ดอยอ่างขาง" เพราะโปรแอร์เอเชียล่อใจ ราคาน่ารัก ได้ขาไปในโปร 0 บาท ส่วนขอกลับ ยังไม่มีเพราะตอนจะจองมันแพงไม่ได้โปร จึงรอใกล้ๆ เดือนกันยาค่อยจอง เพราะจากการติดตามการจองตั๋วเครื่องบินมาหลายปี กันยาทีไร ราคาตั๋วถูกตลอด ก็รอจนใกล้ๆ ค่อยจองอีกรอบค่ะ ซึ่งรวมๆ  แล้วก็ถือว่าคุ้มสุด ๆ  อั้มเคยไปดอยอ่างขางมา 2 รอบแล้วค่ะ โดยไปในช่วงซากุระบาน หรือ ช่วงหน้าหนาวตลอดเลย รู้สึกประทับใจสุด  ๆ ตั้งแต่อากาศที่เย็นชื่นใจ แบบหาที่ กทม. ไม่มีแน่นอน แล้วก็ดอยซากุระ พญาเสือโคร่ง ที่สวยงามต้อนรับตั้งแต่เริ่มขึ้นเขา อั้มบอกกับ "ใครสักคน" ตลอดเลยว่า จะมาเที่ยวที่นี่ ดอยอ่างขาง ให้ได้ทุกปี  ปีที่ผ่านมาคือคนแน่นมาก บนดอยอ่างขางคนเยอะขึ้นทุกปี จะกิน จะเที่ยว ถ่ายรูปตรงไหน ก็วุ่นวายไปหมด พอดีเห็นว่าปลายฝน แบบนี้ และไม่ใช่วันหยุด คนคงน้อย ถ้าโชคดีก็อาจจะได้เจอทะเลหมอกสวย ๆ  อีกด้วย พระอาทิตย์ขึ้นก็คงสวยงามไม่แพ้หน้าหนาว



อั้มขับรถมาถึงบนดอยอ่างขางประมาณ 15.00 น. ก็วิ่งเข้ามาในโซนตลาด หน้า สถานีเกษตรหลวงอ่างขางค่ะ ทางด้านขวามือในภาพจะเป็นทางเข้าสถานีหลวงค่ะ ค่าเข้าคนล่ะ 50 บาท ค่ารถอีก 50 บาทค่ะ
สถานีเกษตรหลวงอ่างขางตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านคุ้มหมู่ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พิกัด E 504500.13 เมตร N 2201300.87 เมตร ระวาง 4848 IV อยู่บนดอยอ่างขาง ซึ่งตั้งอยู่ประมาณเส้นรุ้งที่ 190 15’ – 190 57’ เหนือ และเส้นแวงที่ 990 01’ – 990 03’ ตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีพื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,989 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีฯ ให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ รวม 9 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านนอแล บ้านปางม้า บ้านป่าคา บ้านขอบด้ง บ้านผาแดง บ้านสินชัย และบ้านถ้ำง๊อบ ซึ่งประกอบไปด้วยประชากร จำนวน 4 เผ่า อันได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และ จีนยูนนาน


ข้อมูลดอยอ่างขาง หลาย ๆ คนคงพอรู้มาบ้างแล้ว  แค่ หาใน Google ก็พบเต็มไปหมด เพราะมีคนทำรีวิวกันไว้เยอะมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ของนักถ่ายภาพทั้งมือเก่าและมือใหม่ และคนทั่วไปที่ชื่นชอบธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เจอแต่ความสวยงาม เมื่ออยู่บนนี้ในช่วงมกราคม จะเหมือนอยู่ในโลกสีชมพู ที่เต็มไปด้วยดอกพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งสวยงามสุด ๆ แต่ขอบอกเลยว่า ดอยอ่างขางนั้นสวยทั้งปีจริง ๆ ไม่เชื่อลองไปตามเพจ ดอยอ่างขาง 360 องศา ดูสิ จะได้เห็นภาพงาม ๆ ตลอดทั้งปีเลยค่ะ

ดอยอ่างขาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 160 กิโล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง มีทางขึ้นหลัก ๆ 2 ทาง ทั้งสองทางอั้มขึ้นลงมาหมดแล้วนะคะ ทางอรุโรทัย ขึ้นง่ายกว่า แต่ระยะทางไกลกว่า มาจากเชียงใหม่ขึ้นทางนี้จะสะดวกสุดเพราะถึงก่อน แต่อั้มดันชอบทาง ไชยปราการมากกว่า เป็นทางที่มาจากทางเชียงรายจะถึงก่อน คือมันชันก็จริง แต่ระยะทางสั้นกว่า วิวสวยกว่า ถ้าไปช่วงมกราคม ขอบอกเลยว่า ซากุระสองข้างทางงดงามจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้นาน ๆ เลยแหละ ทางอรุโณทัย ขึ้นง่ายแต่โค้งเยอะ ทางเริ่มชำรุดทรุดโทรม หลุมบ่อเยอะมากค่ะ เดินทางลำบากนิดหนึ่ง ถ้าเมารถ ก็เตรียมถุงได้เลยค่ะ

ทำไมควรขึ้นทางไชยปราการ โดยสวนตัวชอบวิว และ ต้นพญาเสือโคร่ง ที่บานสวยงามสองข้างทาง มันดึงดูดใจทุกครั้งที่คิดว่าจะมาดอยอ่างขาง แล้วก็ขอบอกว่า เส้นทางนี้หากใครขับรถไม่เก่งก็ควรหลีกเลี่ยงนะคะ รถไม่แรงพอก็เช่นกัน เพราะมันชันและหักศอกมาก ระหว่างทางมีสวนสตอเบอรี่ สวนส้ม ให้ได้ถ่ายรูป อีกด้วย และเส้นทางถนนดีกว่ามาก ๆ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเท่าทางอรุโณทัย

วันที่อั้มเดินทางมา ฝนเดี๋ยวตก เดี๋ยวหยุด ตลอดทางเลยค่ะ ตอนแรกจะเข้าสถานีเกษตรเลย แต่เปลี่ยนใจ มาเช็คอินโรงแรมก่อน แล้วเดี๋ยวก็จะวิ่งไปหมู่บ้านนอแล ชมวิวกันแทน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้าสถานีแทน คิดว่าจะเวิร์คสุด เพราะถ้ามีเวลาน้อยคงไม่คุ้มค่าบัตรเข้าสถานี ส่วนรับประทานอาหารค่ำ เข้าค่ำ ๆ ไม่มีคนเก็บค่าบริการค่ะ



อั้มเลือกพักที่ รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง ซึ่งอยู่ไม่ไกลสถานีเกษตรหลวงค่ะ



เมื่อมาทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้ว จะมีพนักงานขับรถคันที่เห็นในภาพพาไปส่งยังห้องพักค่ะ ห้องพักจะต้องขึ้นไปบนเนินเขาเล็กน้อย



ที่จอดรถมีเยอะพอสมควรค่ะ อั้มมาพักนี่มีรถประมาณ 5 คัน



นั่นไงบ้านพักของเรา บ้านพักที่นี่จะมีเป็นหลัง ๆ นะคะ หลังหนึ่งจะขึ้นได้ 2 ฝั่ง แยกฝั่งล่ะ 2 ห้อง โดย 2 ห้องนั้นใช้บันได ร่วมกันค่ะ



ห้องพัก เตียงใหญ่ นุ่ม สะอาด นอนสบายมาก ๆ ค่ะ ไม่มีแอร์ แต่อากาศเย็นต้องห่มผ้าตลอดคืน ตอนเช้าตื่นมาอาบน้ำ น้ำเย็นมาก ๆ แต่ก็มีตัวทำน้ำอุ่นน่ะ เปิดสักครู่ก็อาบสบายเลยค่ะ ห้องน้ำดูสะอาด กว้างขวางดี มีไดร์เป่าผมให้ด้วย ในห้องมีร่มให้ 1 คัน สำหรับเวลาออกไปข้างนอกแล้วฝนตก ก็พกไปกันฝนได้ ในห้องมีชา กาแฟ น้ำดื่ม เหล้า ให้บริการด้วยค่ะ ตู้เย็น แช่ของได้อีกด้วย มีผ้าห่มไฟฟ้าให้ยืม สมมุติอากาศหนาวมาก ๆ ในห้องมีกระจกบานใหญ่ มีหน้าต่างส่องแสงสว่าง ทำให้บรรยากาศห้องโล่งดี มีโต๊ะนั่งเล่นสวย ๆ ทั้งในห้องและหน้าบ้าน มีตัวบอกอุณหภูมิ กับ ไฟฉายให้อีกด้วย ดี๊ดีอ่า อาหารเช้าก็เยอะมาก แบบจัดเต็ม ตอนแรกคิดว่า มาช่วงนี้คงไม่ค่อยมีอะไร ที่ไหนได้ เยอะมาก อิ่มสุด ๆ ฟินมาก ๆ



ในรีสอร์ทมีต้นเมเปิ้ลด้วย ตอนนี้ใบเริ่มเหลือง ๆ กันแล้ว อีกไม่นานน่าจะแดงสะพรั่งทั้งต้น



เมื่อเช็คอินเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 17.00 น. เราก็ขับรถไปยังหมู่บ้าน นอแล กัน จุดแรกคือฐานปฏิบัติการบ้านนอแล ตรงนี้เป็นจุดที่พักของทหาร มีจุดชมวิวให้ด้วยค่ะ ฝั่งตรงข้ามที่กั้นเขตแดนคือประเทศพม่าค่ะ ถนนช่วงนี่เริ่มพังค่ะ หลุมบ่อเยอะมาก



จุดนี้มีที่จอดรถเยอะพอสมควรนะคะ



เย็นแล้ว แต่หมอกยังเยอะอยู่เลยค่ะ นั่นประเทศพม่า



แอบส่องคนพม่า แต่อยู่ไกลมาก ถ่ายได้แค่นี้ ดูจากเครื่องแต่งกาย พม่าแน่นอน



นั่งเล่นอยู่พักหนึ่ง กะว่าจะรอชมพระอาทิตย์ตก แต่ก็ไม่ตกสักที 18.00 น. ก็ยังไม่ตก หิวก็หิว เลยขับรถกลับไปหาไรกินดีกว่า



ธงไตรลงโบกสะบัดอยู่ตรงเขตชายแดน สวยงามอย่างบอกไม่ถูก



อั้มเลือกมารับประทานอาหารค่ำที่ สโมสรอ่างขางค่ะ เพราะหน้าหนาวมาทีไร คนเยอะทุกที รอบนี้มีแค่ 2 โต๊ะ สบาย ๆ เลยเรา อาหารค่ำต้องกินน้อย ๆ เลยสั่งมาแค่ 3 เมนู



มีเมนูแนะนำด้วยค่ะ ปกติแล้วถ้าไปร้านต่างๆ และไม่มั่นใจเมนู อั้มจะสั่งเมนูแนะนำ 1-2 อย่าง และที่เหลือเป็นเมนูที่อยากสั่ง รอบนี้สั่งเมนูแนะนำไป 2 อย่างค่ะ เป็น ปลาสเตอร์เจี้ยนทอดกะเทียม แต่เขาแนะนำคือ ผัดฉ่า แล้วก็ ไก่ทอดครีมมะนาว อีกอันที่สั่งมาคือ ออร์เดิร์ฟเมืองค่ะ



ทั้ง 3 เมนูที่สั่งมาคืออร่อยค่ะ ทานหมดเกลี้ยง น้ำจิ้มปลาแซ่บมาก ๆ ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ เข้ากันสุด ๆ



ตรงนี้เขามีบอกอุณหภูมิเช้านี้ที่อ่างขางด้วยค่ะ อั้มไปอยู่น่าจะ 23 องศา คืออากาศเย็นสบาย ๆ แต่ตอนนอนต้องห่มผ้าห่ม แบบหนาวสั่นเล็กน้อย กินเสร็จก็กลับรีสอร์ท เตรียมตื่นตี  5 ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และ หมอกยามเช้า (ขอบอกว่า มาเที่ยวอ่างขาง อย่าหนาวจนขี้เกียจลุกนะคะ พยายามดึงตัวเองออกมาจากที่นอนให้ได้ จะได้เห็นอะไรงดงามสวย ๆ แน่นอนค่ะ)



จุดแรกที่มาคือ จุดชมวิวดอยอ่างขาง หรือ ลานกางเต้นท์ จุดชมวิว ม่อนสน ค่ะ อั้มเห็นภาพคนอื่นโพสกันแล้วเลือกที่นี่แหละ เพราะตอนหน้าหนาวที่เคยมา ก็ไปไร่สตอเบอรี่มาแล้ว อันนี้เลยเปลี่ยนที่บ้าง



มาถึงได้สักพัก ฝนก็ตกลงมา แต่ขนาดฝนตกเราก็ยังได้ภาพสวย ๆ ได้เห็นหมอกลอยลิ่วเต็มหุบเขา สวยงามมาก ๆ ค่ะ ในภาพจะเห็นทางขึ้นลงวกวนและสูงชันมาก ๆ



ถ่ายรูปไปสักพัก ก็ย้ายมาจุดชมวิวม่อนสน ยืนสักครู่ฝนก็ตกลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพระอาทิตย์ก็หายไป แต่กลับมีหมอกลอยขึ้นมา ขาวโพลนเต็มไปหมด จนแทบมองไม่เห็นภูเขาที่อยู่ข้างหน้า เราก็ได้แต่ยืนถ่ายภาพกัน เปียกฝนนิดหน่อย แต่วิวและอากาศมันสุดจะบรรยาย ความเงียบจนได้ยินเสียงนก เสียงสัตว์มันร้อง เสียงลมพัน เสียงเม็ดฝน มันทำให้เรามีแต่ความสุข ความสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


ภาพจาก https://www.facebook.com/doiangkhang.story

หากโชคดี จะได้เห็นแสงพระอาทิตย์แสงแรกของวันจากจุดนี้ สวยงามสุด ๆ เลยค่ะ โอกาสมีเยอะมากเลยที่จะได้เห็นวิวสวย ๆ แบบภาพด้านบน แต่วันที่อั้มไปฝนตกจริงจังมาก แต่ขนาดฝนตกนะคะ ก็สวยงามจนประทับใจไม่ลืมเลือน



ประมาณ 7.30 น. เราก็ย้ายกันมาที่ไร่ชา 2000 แทน มาได้สักแป๊ป ฝนตกหนักกว่าเดิมอีกค่ะ แต่ฝนที่ตกทำให้เราได้กลิ่นดิน กลิ่นไอซ์ของสายฝน แบบหาไม่ได้ในเมืองแน่นอน



ต่อให้ฝนตกหนักเพียงใด ที่นี่เขาก็ต้องเก็บชากันค่ะ ระหว่างที่ถ่ายภาพ เห็นคุณลุงพาลูกน้อยมาด้วย สงสัยจะเริ่มง่วง เลยทำเปลให้นอน เป็นเปลที่ลุงเขาทำขึ้นมาเอง โดยใช้ผ้าห่มกับเชือกและไม้ไผ่ ตอนยืนดูลุงแกทำง่ายมาก ๆ เลยค่ะ ก็ได้เปเก๋ ๆ ให้ลูกได้นอนแล้ว ไม่ต้องเสียเงินซื้อเป ใช้ภูมิปัญหาของเขาเอง ไปอยู่ตรงไหนเขาก็ทำเปลให้ลูกได้นอนได้ คือ "ดีงาม"

ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ลมก็แรงมาก ๆ แต่ทุกคนเขาก็ทำการเก็บยอดใบชากันอย่างสมัครสมานสามัคคี เท่าที่เห็นเขาจะจับกลุ่มทำกันนะคะ แล้วก็จะใช้กรรไกรในการตัดยอดใบชา



ฝนที่ตก ไม่ได้ทำให้วิวทิวทัศน์ที่อยู่ข้างหน้า ลดความงดงามลงเลย แต่กลับสวยงาม สดชื่น และอยากให้เราอยู่ตรงนี้นาน ๆ อยากให้เวลาหยุดเดินสักพัก เพราะ 10.00 น. ทางรีสอร์ทเขาจะหมดเวลารับประทานอาหาร เราอยากอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุดจริง ๆ สวย สด งดงาม สดชื่น ฟินค่ะ



อาหารเช้าของรีสอร์ทเยอะมากค่ะ มีเหมือนโรงแรมในเมืองเลย มีขนมปัง มีครัวซองด้วย มีนม ชา กาแฟข้าวต้มที่มีเนื้อหมูจริงๆ  ไม่ใช่วิญญาณหมู ที่ก่อนทานต้องสวดมนต์เรียกวิญญาณมาก่อน แล้วก็มีผลไม้ ตัวผลไม้ขอบอกว่า เขาทำอย่างใส่ใจน่ะ สัปปะรดก็ไม่ได้แค่หั่น ๆ มีทำทรงสวยงามอีก เนยก็เช่นกัน ทำมาเป็นดอก  ๆ ด้วย สลัดก็มี น้ำผลไม้ก็เยอะ ตัวแยมผลไม้คืออร่อยมาก ชอบแยมบลูเบอรี่กับลูกพีช กินแล้วติดใจ

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็ทำการ Check Out ออกจากรีสอร์ท แล้วมาเดินถ่ายรูปเล่นที่ สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง ค่ะ ซึ่งภายในสถานีเกษตรนี้ คนน้อยมาก ๆ ทำให้เราได้ใช้เวลาถ่ายรูปได้อย่างอิ่มสุด ๆ



จริง ๆ แล้วจุดถ่ายรูปภายในสถานีเกษตรหลวง เยอะมากค่ะ แต่ที่แรกที่อั้มแวะมาคือ ตรงลานนี้เลยค่ะ วิวตรงจุดนี้สวยมากค่ะ ยิ่งตอนไหนมีหมอกลงน่ะ ด้านหลังเราจะเห็นหมอกลอยเต็มไปหมด ฟินไหมล่ะ



แล้วจุดต่อมา เป็นจุดที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุด คือ สวน 80 ดอกไม้ให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด ใครชอบถ่ายดอกไม้ แมลง ผีเสื้อคงชอบตรงจุดนี้มาก ๆ ถ้าช่วงหน้าหนาว จะได้เห็นดอกกะหล่ำหลากสี ทรงสวย ๆ แต่อั้มมาช่วงหน้าฝน ได้เห็นดอกไม้หลากหลายเช่นกัน ซึ่งก็สวยไม่แพ้หน้าหนาวเลย



ตอนเช้าๆ ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามต้นไม้ที่เกาะอยู่บนต้นไม้อีกที ซึ่งเรียกไม่ถูกว่าต้นอะไร



ไม่ได้มีโอกาสง่าย ๆ น่ะที่จะได้ถ่ายสวน 80 โดยไม่มีคนเลยแบบนี้ ซึ่งเป็นอะไรที่สนุกสนานกับการถ่ายรูปมาก ๆ ถ่ายไปดูภาพไป ไม่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา



ในเดือนกันยายนที่อั้มมานี่ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นดอกซากุระสีชมพู แต่เราก็ได้เห็น ดอกไม้สีม่วง บานสะพรั่งเต็มต้น สวยงามเหมือนกันนะคะ ดอกม่วงอัมรินทร์ ( Tibouchina urvilleana ) ไม้พุ่มอายุหลายปี สกุลเดียวกับดอกโคลงเคลงของไทยเรา แต่ทรงพุ่ม ลำต้นและกลีบดอกใหญ่กว่า ซึ่งดอกจะบานตลอดเดือนกันยายน



ดอกไม้ส่วนมากจะเป็นเหมือนภาพด้านบนค่ะ สวย สีสด บานสะพรั่งเต็มเลยค่ะ ชื่อดอกเดเลีย (Dahlia) โดยมีชื่อไทยอื่น ๆ ที่นิยมเรียกมีตั้งแต่ ดาเลีย รักแรก หรือรักเร่ เดเลียเป็นพืชวงศ์เดียวกับเดซี่ (Daisy) คือ Asteracea (syn. Compositae) ซึ่งหมายถึงมีดอกลักษณะเดียวกับพระอาทิตย์ เดเลียเป็นไม้ดอกที่มีถิ่นกำเนิดใน เม็กซิโก โคลัมเบีย และในทวีปอเมริกากลาง สถานที่ชมตอนนี้ นอกจากบริเวณสวน ๘๐ แล้วยังชมได้ที่บริเวณแปลงสาธิตดอกไม้



ส่วนผลไม้ที่ออกผลและกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ในตอนนี้ คือ พลับ ซึ่งเป็นไม้ผลกึ่งร้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน เริ่มจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำพันธุ์ต่างๆ เข้ามาวิจัยร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2512 ที่สถานีวิจัยดอยปุย จนกระทั่งประสบผลสำเร็จสามารถส่งเสริมปลูกเป็นการค้า พลับเป็นไม้ผลที่มีทรงต้นขนาดใหญ่ อายุยาวนานหลายปี ลำต้นแข็งแรง ทรงพุ่มตั้งตรง ดอกมีสีเหลืองอ่อน ผลมีสีเหลืองส้ม รูปร่างหลายลักษณะทั้งกลม เรียว หรือมีลอนเป็นเหลี่ยม และแบน ลูกพลับมีจำหน่ายหลาย ๆ จุดบนดอยนะคะ

ถ่ายรูปจนพอใจ ก็แวะมาทานกาแฟอร่อย ๆ สักแก้วก่อนไปถ่ายรูปกันต่อ ขอพักเหนื่อยแป๊ป



จุดนี้เห็นใคร ๆ เขาก็ถ่ายกัน เราก็ต้องถ่ายบ้าง ถ่ายไป 50 กว่ารูป ชอบรูปนี้รูปเดียว



นั่นสิวใช่ไหม เดี๋ยวเขาบีบให้น่ะ



ภาพนี้ใครถ่ายไม่รู้ ที่ไร่สตอเบอรี่ สวยมาก ๆ



เป็นร้านขายของฝาก อยู่ติดกับร้านกาแฟของโครงการหลวง



ที่ให้นั่งรับประทานกาแฟ เยอะพอสมควร แต่หน้าหนาวก็ไม่พอนะคะ คนแน่นสุด ๆ แต่ตอนนี้คือนั่งทานคนเดียว ดื่มไปชมวิวไป ฟินเว่ออ่ะ อากาศก็เย็นสบาย แดดไม่ร้อน เก๋มาก อยากให้จุดนี้อยู่ใกล้ ๆ กทม. ได้มาบ่อย ๆ



ก่อนกลับเห็นชาวเขา เขามานั่งถักพวกกุญแจเพื่อจำหน่ายด้วยค่ะ หน้าหนาวเห็นเป็นปกติ แต่ไม่คิดว่า ตอนนี้จะมีด้วย เขาก็จะค่อนข้างขายของนิดหนึ่งนะคะ เวลาเดินผ่าน เพราะคงไม่ค่อยมีคนมา ก็ช่วยอุดหนุนเขานิดหนึ่ง ราคาก็ไม่แพงน่ะ แค่ 5-20 บาทเอง



แล้วก็มาแปลงบ๊วยเลย นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ห้ามพลาด จุดนี้เป็นจุดขายอีกอันที่หลาย ๆ คนมาแล้วก็ต้องแวะถ่ายรูปตรงนี้



ไม่มีคนรอคิว เราก็ถ่ายไปเรื่อย ๆ เนอะ



หามุมกันเรื่อย ๆ เนอะ มุมก้ม มุมเงย มุมเสย มุมกด มุมแมลง อะไรเราก็หากันไป จนกว่าจะพอใจ



แล้วก่อนออกจากสถานีหลวง เราก็จะพลาดไม่ได้ คือจุดนี้แหละค่ะ มีร้านกาแฟเก๋ ๆ แนวเกาหลีให้เราได้รับประทานอีกรอบสะด้วย



ตรงจุดนี้ก็เน้นเก็บภาพต้นไม้ ดอกไม้กันไปนะคะ ถือว่าอิ่มเอม คุ้มค่าเข้า 50 บาทมาก ๆ ค่ะ


ขากลับเลือกลงทางเส้นไชยปราการค่ะ ก็ต้องผ่านจุดชมวิวม่อนสน อีกรอบ ก็เลยแวะอีกหน่อย ตอนแวะนี่คือ หมอกมาหนักกว่าเดิมอีกค่ะ แทบมองไม่เห็นภูเขาเลย ยิ่งทำให้ไม่อยากกลับไปอีก เวลา 12.30 น. แต่ว่า ไม่มีแสงแดดมากวนใจเลย วิวที่สวยงาม ประกอบกับอากาศที่เย็นสบาย อั้มนี่แทบหยุดหายใจเลยค่ะ



จบทริปอ่างขางแล้วนะคะ หน้าฝนบนดอยอ่างขาง ฟินเว่อแน่นอนค่ะ ใครมีเวลาลองไปดูนะคะ อั้มมีสิ่งที่อยากแนะนำมาฝากด้วยค่ะ


สถานที่สำคัญที่ห้ามพลาดบนดอยอ่างขางมีอะไรบ้าง
    1. จุดชมวิว ซึ่งมีหลายที่มาก แต่ที่ห้ามพลาดจะขอบอกก่อนนะว่า มันห้ามพลาดจริง ๆ หลาย ๆ คนคงเจอปัญหาแบบ ถ้าฉันไปเที่ยวที่นี่ ฉันควรไปชมวิวที่ไหน หากมีเวลาเพียง 1 วัน
      1. จุดสูงสุดบนดอยอ่างขาง อันนี้ต้องเดินเท้าเข้าไป หาแผนที่ใน Google ก็ไม่ค่อยมี แนะนำให้ถามคนพื้นที่ค่ะ
      2. ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขาง ตรงนี้จะอยู่ใกล้ ๆ กับ จุดชมวิวม่อนสนค่ะ ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นจะได้ชมวิวสวยมาก ๆ ทะเลหมอกจะได้ชมเมื่อปลายฝนต้นหนาว แบบแน่นอนกว่าเดือนอื่น ๆ คือ ช่วงเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน
      3. จุดชมวิวม่อนสน ที่นี่จะเป็นลานกางเต้นท์ด้วยค่ะ ตอนหน้าฝนบางวันจะมีทะเลหมอกสวย ๆ มาให้เราได้ชมกันด้วย พระอาทิตย์ขึ้นก็สวยงามไปอีก
      4. จุดชมวิว ขอบด้ง ที่นี่ก็เป็นที่นิยม หลาย ๆ คนนิยมมาที่นี่ค่ะ ขอบอกว่า ชมพระอาทิตย์ขึ้นก็สวยเช่นกัน แต่ชอบม่อนสน มากกว่า
      5. ไร่สตอเบอรี่ ตรงนี้ ถ้าหน้าหนาว จะฟินที่สุดค่ะ หน้าฝนไม่ค่อยฟินเท่าไหร่ หน้าหนาวขอบอกว่า หมอก กับ แสงอาทิตย์ มันแจ่มสุด ๆ ไร่สตอเบอรี่ที่ปลูกเป็นขั้นบันได ถ่ายรูปออกมา เหมือนภาพวาดในฝันเลยค่ะ
      6. ไร่ชา ตรงไร่ชาแนะนำให้มาหลังจากไปจุดชมวิว ไร่สตอเบอรี่ค่ะ เพราะหมอกจะอยู่นาน และพระอาทิตย์ขึ้นก็ไม่ได้เห็นอะไรเท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะมันอยู่ในหุบเขาค่ะ
    2. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  มีจุดให้ถ่ายภาพเยอะค่ะ ดอกไม้ก็เต็มไปหมด สถานที่ห้ามพลาดจริง ๆ คือ สวนบ๊วย , สวน 80 ค่ะ ตรงจุดนี้ใคร ๆ มาก็ต้องจัดไม่ต่ำกว่า 10 ภาพแน่นอน
      1. สวนไม้ดอกกลางแจ้ง
      2. โรงเรือนรวมพันธ์ผัก
      3. สวนบอนไซ
      4. สวนบ๊วย
      5. ฯลฯ
    3. บ้านขอบด้ง
    4. บ้านนอแล
ข้อควรปฏิบัติเมื่อเข้าเยี่ยมชมสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
  • ห้ามเข้าพื้นที่วิจัยก่อนได้รับอนุญาต
  • ห้ามนำสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีเจ้าของดูแลเข้าไปในแปลง สวน โรงเรือน
  • ห้ามจุดพลุ หรือ ปะทัด ที่มีเสียงดังคล้ายระเบิด หรือ เสียงปืน และห้ามปล่อยโคมลอย ภายในสถานีฯ โดยเด็ดขาด
  • ห้ามกางเต็นท์ในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางโดยเด็ดขาด
  • ห้ามนำผลผลิต และพันธุ์ไม้ทุกชนิดออกจากแปลง และ โรงเรือน โดยเด็ดขาด
  • ขยะ ต้องทิ้งในจุดที่จัดไว้ให้เท่านั้น
ทำไมต้องไปหน้าฝน เมื่อ หน้าหนาวสวยกว่า ?
  • หน้าฝนคนน้อย หาจุดถ่ายรูปสวย ๆ ได้เยอะ ไม่ต้องแย่งกับใคร ถ่ายไม่ค่อยติดคนอื่นด้วย จะแอ๊คกี่ร้อยท่าก็ไม่มีคนว่า ถ้าเมมพอก็จัดไป
  • หน้าฝนชาวบ้าน จะไม่ค่อยมีรายได้ ก็ไปช่วยอุดหนุนเขาหน่อย
  • อากาศเย็น หมอกเยอะ หมอกมียันเย็นเลย แต่ไม่ใช่ทะเลหมอกแบบภูทับเบิกน่ะ
  • ห้องน้ำ ก็สะดวกสบาย ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องอั้น
  • อาหารการกิน ก็ไม่ต้องรอคิวนาน แต่ต้องไปทานร้านในสถานีเกษตรนะ เพราะด้านนอกตรงตลาดส่วนมากปิดหมด
  • เงียบ สงบ ได้พักผ่อน ชาร์ตแบต เต็มอิ่ม
  • ภาพบางภาพ เราจะได้จากฤดูนี้ และ แน่นอน หน้าหนาว คุณจะไม่เจอ
  • ความชุ่มฉ่ำ อากาศที่สดชื่น ไม่ได้หนาวเหน็บแบบหน้าหนาว จะทำให้คุณฟิน จนอยากหยุดเวลาไว้ที่นี่นาน ๆ
  • ราคาโรงแรม รีสอร์ทต่าง ๆ จะถูกกว่าช่วงหน้าหนาว หรือ ไฮซีซั่น
  • ราคารถเช่า ก็ไม่แพง
  • ขับรถง่าย รถไม่ติดบนเขา ไม่ต้องกลัวรถคันอื่นไหลมาชนรถเรา
  • พนักงานโรงแรมบริการดีกว่าปกติ เพราะลูกค้าน้อย พนักงานไม่เหนื่อย พนักงานพร้อมบริการลูกค้าเต็มที่
ข้อเสียของหน้าฝน ?
  • จุดต่าง ๆ ที่ถ่ายรูปอาจไม่สวยงดงามเท่าหน้าหนาว
  • ถ้าฝนตก ไปชมวิวจะลำบากมาก
  • ร้านอาหารเปิดน้อย
  • ร้านโรตีเจ้าอร่อยในตลาดไม่ขายอดกิน
  • ไม่มีสตอเบอรี่
  • ไม่มีดอกซากุระ
  • มีแมลง หรือ ยุง รบกวน
ร้านอาหารบนดอยอ่างขาง :: จริง ๆ มีไม่เยอะนะคะ ร้านหลัก ๆ อยู่ในตลาด แต่ถ้าไปกินในสถานีเกษตรหลวง ก็ได้เช่นกัน ร้านปิด 21.00 น.

หากมาดอยอ่างขางจากเชียงใหม่ ควรแวะที่ไหนอีก ขอแนะนำ "ม่อนแจ่ม" ค่ะ เพราะต้องผ่านทางแยกไป ม่อนแจ่ม แต่หากต้องกลับทางเชียงราย จะมีไร่ส้ม ให้เราได้แวะเที่ยว แวะถ่ายรูปกัน
สุดท้ายนี้ขอฝากทุกๆ คนลองเปลี่ยนปฏิทินท่องเที่ยวดูบ้างนะคะ จะได้พบอะไรแปลกใหม่ และ อเมซิ่งสุดๆ ค่ะ

แผนที่
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ::http://www.angkhangstation.com/
https://www.facebook.com/doiangkhang.story


 Follow or Contact me❀ Website   ::  www.aumbellezza.com
❀ Blog   ::  http://aumbellezza.blogspot.com/
❀ Sanook Women   ::  http://women.sanook.com/blog/author/aumbellezza/
❀ Sanook Travel  ::  http://travel.sanook.com/blog/author/aumbellezza/ Facebook  ❀ :: www.facebook.com/Aumbellezza
❀ Instagram  :: http://instagram.com/aum_bellezza
❀ Youtube  :: http://www.youtube.com/user/prapustoo

❀ Google+  :: google.com/+AumbellezzaBlogspot8181
❀ Wongnai Beauty  :: http://goo.gl/PEkWG3
❀ E-mail ❀  ::  aumbellezza@gmail.com