Day 2 :: เที่ยวสิงคโปร์ แบบไม่โปร แต่ก็ไม่โป๊ะ กิน เที่ยว ถ่ายรูป ชอปปิ้ง สไตล์ Aum Bellezza

ตื่นเช้ามา เอ๊ะทำไมฟ้ามันขมุกขมัวเหมือนยังไม่เช้า คล้ายกับพระอาทิตย์หายไป นี่ก็เกือบจะนอนต่อละนะ  พอหยิบโทรศัพท์มาดู ว้าย 8 โมงแล้ว ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ ใส่คอนแทนเลนส์ ชะเง้ออีกที ที่หน้าต่าง ว้ายยยยยย ชิพหาย ฝนตก  นี่มา สิงคโปร์ ยังไม่ได้พบปะกับพระอาทิตย์เลยค่ะ  เตรียมตัวไม่ถูกเลย


หลังจากแต่งหน้าเสร็จ ท้องก็ร้องหิวโหยได้ถูกเวลาจริงเชียว ก็เลยลงมาด้านล่างโรงแรม มุ่งหน้าไปอีกฝั่งหนึ่ง เพราะอยากเดินเล่นด้วย อยากกินไรใหม่ๆ  ด้วย  เจอร้านหลายร้านเลย ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมเลยน่ะ ถ้ามาพัก V Hotel  Lavender ลองข้ามไปดูค่ะ ของกินมีอยู่ 7-11 ก็มี แขกเหลื่อก็เยอะมาก มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน ชินกลิ่นกันเลยทีเดียว




ร้านที่โชคดีคือ  เลือกร้านนี้เพราะเมนูหน้าตาดูแล้วน่าจะกินได้ เข้าไปนั่ง วางของจองที่ ก่อนและเดินไปสั่งของ วิธีสั่งคือ จิ้มๆเอา  555 หรือไม่ก็บอกเลข บอกรหัสเอาค่ะ พร้อมจ่ายเงิน ยกไปกิน เป็นอันเสร็จพิธี

กินอิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมออกเดินทาง สถานีแรกของเราคือไป ไชน่าทาวน์  การเดินทางวุ่นวายมาก มาถึงสถานีกลัวเงินหมด แวะเติมเงิน เงินไม่เข้าบัตร เสียไป 5 แล้วทำไงดี ยืนงงพักหนึ่ง อ๋อ เขาให้เติมขั้นต่ำ 10 จ้า และอี 5 แรกฉันล่ะ 



โชคดีพนักงานที่กำลังเลิกงานเดินมาเห็นพอดี เลยพาไปเอาเงินสดคืนที่เคาเตอร์ โดยต้องเอาใบเสร็จไปด้วย  ตอนอั้มเติมเงินไม่เข้าแต่มีใบเสร็จออกมาด้วยนะคะ ตอนไปเอาคืนเขามีให้กรอกข้อมูล พวกหมายเลขพาสปอตด้วย พาสปอตสำคัญมากควรพกติดตัวตลอดนะคะ พนักงานเห็นว่ามาจากไทย เขาทักทาย สวัสดีครับ ด้วยอ่ะ เลิศไปอีก ไม่รู้เพราะความสวยหรือโชคดี มีคนช่วยเหลือตลอดเลยและเราได้เงินคืนมาพร้อมพนักงานช่วยบริการเติมเงินให้ ปัญหาคือ เติมไป 10 และที่เหลืออีก  ยังไงก็ใช้ไม่หมดแน่ๆ สงสัยต้องเอาไปกินขนมใน 7-11 แทน  ซึ่ง 7-11 ส่วนมากจะเล็ก และของขายน้อยมาก ไม่ฟินเลย

ของกินเยอะ ของฝากแยะ และจะไปไหว้พระวัดเขี้ยวแก้วด้วย ออกมาจาก MRT สถานี Chinatown (NE4) และเดินออกทาง Exit A มั้ง 555 งงมาก  ออกมาจากทางออกละก็เดินมาหน่อยหนึ่ง เลี้ยวขวาไปตามทางเรื่อยๆ และตรงอย่างเดียวเลยค่ะ และก็จะถึง หรืออีกวิธี  เดินออกมาจากรถไฟฟ้าและก็ตรงไปเลยค่ะ จนถึงวัดของฮินดู  จะมีแขกเยอะๆ แวะไหว้ก่อนก็ได้ และเลี้ยวขวาตรงวัดนี้แหละค่ะ และก็ตรงดิ่งไปโลด


หมูแผ่นร้านนี้ จัดว่าเด็ด


สถานี Chinatown คนค่อนข้างเยอะ คนไทยก็เยอะพอสมควรน่ะ ได้ยินเสียงคุยไทยกันเยอะเชียว


ฝนยังไม่หยุดดี ก็ขอเดินออกมาถ่ายรูปสักหน่อย เพราะถ้ารอฝนหยุดกลัวจะไม่ได้เที่ยว


ออกจากสถานี Chinatown ก็เดินตรงไปอย่างเดียวเลยนะคะ จะเจอวัด Sri Mariamman วัดแขกในย่านไขน่าทาวน์ ค่ะ วัดนี้แขกเยอะแน่นวัด ก่อนเข้าวัดต้องถอดรองเท้าไว้ด้านหน้าก่อน แล้วคือฝนตกด้วย จะให้ถอดรองเท้าอีก คงลำบากมากมาย อั้มเลยแค่ยืนไหว้ด้านหน้าพอ ไม่ได้เข้าไปในวัดค่ะ



จากวัดแขกก็เดินมาทางขวามือ ตรงไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ จะไปเจอวัดพระเขี้ยวแก้ว  วัดนี้สวยมาก ส่วนมากการตกแต่งเน้นสีทองและแดง ตามสไตล์สถาปัตยกรรมวัดจีน



ใครมาที่นี่ถ้านุ่งสั้น มาหยิบผ้าถุงไปนุ่งก่อนนะคะ มีผ้าถุงผ้าคลุม เตรียมไว้ให้ที่ด้านหน้า และ ด้านหลัง ทางเข้าวัดค่ะ




มีธูป ไว้ให้บริการด้วยนะคะ ส่วนมากเห็นเขาใช้กันแค่ 1 ดอก ซึ่งตอนแรกก็จะหยิบ 5 ตามตำราไหว้เทพ แต่เราเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม  1 ก็ 1 แล้วกันเนอะ



ขึ้นลิฟไปชั้นบนสุดก่อนเลยค่ะ ขึ้นไปแล้วต้องเดินบันได ต่อไปอีก 1 ชั้น หากคนเดินไม่ไหว ก็มีบริการรถเลื่อน เก๋ ๆ ด้วยค่ะ มีสวนหย่อมด้วย และค่อยเดินลงมาทีละชั้น ชั้น 4 ห้ามถ่ายรูปนะคะ ระวังกฏตรงนี้ด้วย ชั้น 4 จะเป็นจุดที่มีพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญตามชื่อวัดเลยค่ะ


บนชั้นดาดฟ้า ที่มีส่วนหย่อม อั้มเห็นคนมาเดินหมุนระฆังใบใหญ่กัน ก็เลยหมุนตาม บางคนก็หมุนแล้วสวดไปด้วย แต่ละคนหมุนรอบไม่เท่ากันน่ะ ก็ไม่รู้แน่ชัดว่า จริง ๆ ควรหมุนกี่รอบ




มีดอกไม้ กับ เทียน ที่จัดไว้ให้บริการ ราคาก็มี 5$ , 10$ , 20$ ค่ะ เอาตามชอบเนอะ มีไฟไว้ให้จุดบริการด้วยนะคะ สีฟ้า ๆ นั่นแหละ คล้าย ๆ ไฟจุดเตาแก๊สบ้านเราเลยเนอะ



มาถึงเขากำลังทำพิธีอะไรกันสักอย่างอยู่เลยค่ะ ใครนุ่งสั้นมาอย่าพึ่งเข้ามานะคะ หยิบผ้าถุงมานุ่งก่อนเน้อ



เห็นเขามายืนจับลูกแก้วกัน แล้วหลับตาอธิษฐานกัน นี่ก็เอามั่ง 














สถาปัตยกรรมการตกแต่งภายในวัด สวยงาม อร่ามตา มาก ๆ ค่ะ บางชั้นก็ถ่ายรูปได้ บางชั้นก็ถ่ายไม่ได้ สังเกตุป้ายกันด้วยนะคะ มาเที่ยวบ้านเขาก็ทำตามกฏบ้านเขาด้วยนะ



เดินออกมาทางด้านหลังวัด ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลยค่ะ แต่ตกไม่หนักมาก พอให้เดินลุยฝนเบา ๆ สวย ๆ ได้อยู่


อั้มเจอรถไอติม วอลล์ที่สิงคโปร์เยอะพอสมควร เป็นรถแบบภาพด้านบน จอดตามสถานที่ท่องเที่ยว ว่าจะลองกินสักหน่อย แต่หาพ่อค้าไม่เจอ



แถว ๆ วัดหรือย่านไชนาทาวน์ จะมีของขวัญ​ของฝาก ขายเยอะพอสมควรค่ะ แต่ละร้านก็คล้าย ๆ กัน




แล้วก็เดินย้อนลงมาอีกนิด มากินชานม จริง ๆ สั่งขนมจีบ ซาลาเปา มากินด้วย แต่ยังไม่ทันถ่ายรูป คุณเอกกินหมดอย่างไวมาก สงสัยจะหิว


ตรงรูปปั้นนี่ เห็นหลายๆ  คนมาก็ถ่ายรูปกัน เราก็ถ่ายบ้างไรบ้าง เป็นที่ระลึกเนอะ


เสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่เดิม เพื่อขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไปเดินเล่น ชอปปิ้ง ถนน ออร์ชาร์ด กันต่อ


รถไฟฟ้าที่นี่ถึงจะมีหลายสาย แต่ไม่ งง น่ะ เอาจริง ๆ คือเดินทางไปไหนง่ายสะดวกมาก แล้วใช้แค่บัตรใบเดียว กับทุกสถานีได้เลย


ถนนเส้นนี้ แหล่งชอปปิ้งดี ๆ เลยค่ะ ห้างเยอะมาก ใช้เวลา 1 วันได้สบาย ๆ มีต้นไม้ปลูกไว้ตามข้างทาง ให้ความรู้สึกสดชื่น ถนนหนทางก็ดูสะอาดสะอ้าน ฝนตกก็ไม่เฉอะแฉะ ตกแป๊ปเดียวก็แห้งหมดแล้ว


อยากชอปปิ้งจัง แต่ไม่ได้โหลดกระเป๋ามาโน๊ะ


เดินมาจนจะถึงสถานีรถไฟ Somerset ก็เห็นมีป้ายแนะนำร้าน Tokyu Hands เขาว่าศูนย์รวมของญี่ปุ่น นี่ก็มาสิงคโปร์น่ะ แต่ก็คัน เลยเดินลงไปดูสักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง


ในร้านก็จะมีพวกของนำเข้ามาจากญี่ปุ่นเต็มไปหมด คล้าย ๆ เราเดินอยู่ญี่ปุ่นเลย แต่ราคาอาจจะแพงกว่าอยู่บ้าง พนักงานที่นี่ก็เหมือนคนญี่ปุ่นเลยค่ะ


มาเจอกาซาปอง เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย ขอหมุนหน่อย ใช้เงินสิงคโปร์ไม่ได้น่ะ ต้องเอาเงินไปขอแลกที่พนักงานก่อน ตอนขอแรก พนักงานก็ถามด้วยว่าจะหมุนตัวไหน 555 แล้วเขาก็จะเอาบาโค็ดมายิง แล้วก็ค่อยให้แลกเงิน นี่ก็เลือกหมุน Gudetama , หนู ,​หมา น่ารักดีค่ะ จัดไปเลย อันล่ะ 5 $ แหนะ


ชอปปิ้งจนหนำใจ ใกล้ถึงเวลาแล้ว วันนี้เรามีนัดกันจะไปดูการแสดงโชว์ Merlion อีกครั้ง แล้วก็จะไปดูต้นไม้สวย ๆ Supertree ที่ Gardens by the Bay








มาถึงยังไม่ได้เวลาเปิดไฟ ก็เดินเล่น ถ่ายรูปเล่น สำรวจสวนไปเรื่อย ๆ ก่อน คนเริ่มทยอยมากันเต็มพื้นที่ไปหมดเลย



มีเด็กลอยได้ด้วย เก๋ อ่ะ น่ารักมาก






ได้เวลา ฟ้ายังไม่ทันจะมืดดี ไฟก็เริ่มติด สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือสวยงามมาก มันดูมหัศจรรย์มาก ๆ ค่ะ ณ ตรงจุดนั้น มันรู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งเลย ชอบมาก ๆ ที่นี่จะมีส่วนที่ให้เข้าชมฟรี และ เสียค่าบริการนะคะ วันนี้เราเน้นงานฟรีไปก่อน  ต้นไม้ที่นี่ส่วนมากอั้มค่อนข้างคุ้นเคยค่ะ เหมือนๆ ต้นไม้ที่ไทยเลย การเดินทางมาที่นี่ก็ ใช้บริการ MRT Bayfront ทางออก Gardens by the Bay











หลังจากดูต้นไม้ที่  Gardens by the Bay เสร็จแล้ว ใกล้ถึงเวลาดูการแสดงโชว์ Wonder Full เราก็เลยต้องรีบเดิมจ้ำ ๆ มาอย่างไว ในที่สุดก็ทันเวลา แต่ที่นั่งด้านหน้า ถูกจับจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว  วันหยุดคนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่เป็นไร สามารถดูโชว์ได้ทั้ง 2 ด้าน ทั้งจากฝั่งด้านหน้าและฝั่ง Merlion หลังจากชมโชว์เสร็จ ก็เดินไกลมาก ไกลพอสมควร เพื่อมาถ่ายรูปกับ Merlion อีกครั้ง กลางคืนก็สวยไม่เบา




เดินจนปวดขาไปหมด ดีที่ซื้อที่แปะเท้ามาจาก Tokyu Hands แต่ถามว่าช่วยอะไรได้ไหม ตอบเลยว่า ไม่ได้ 5555



ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่ ดอนเมือง


ที่สนามบินมี Charles & Keith ด้วย ที่นี่เขาจะคิดเงินโดยไม่รวมภาษีนะคะ ก็ชอปกันได้ตามสบายใจ


หากเราชอปปิ้งมาเยอะแล้วต้องการ Tax Refund หรือเอาภาษีคืน เตรียมของให้พร้อม หากเราจะถือขึ้นเครื่องไม่ได้โหลด ก็เผื่อเวลาเยอะ ๆ หน่อย ตรงนี้มีพนักงานบริการแค่ 2 เคาเตอร์ 2 คนแค่นั้น ใช้เวลาตรงนี้นานพอสมควรค่ะ


มาถึงสนามบินไวมากวันนี้ มีเวลาเหลืออีก 1 ชม. ก็เลยมานั่งเล่นที่ร้านสตาบัค จัดเมนูใหม่ ๆ มาลองสักแก้ว


ใกล้ถึงเวลาแล้วก็เลยเดินมาที่ Gate ที่เราจะขึ้นเครื่อง ที่เกตมีที่ชาร์จแบตมือถือ มีอินเตอร์เน็ต ให้บริการด้วย เก๋ ๆ ดี แต่ Gate นี้ไม่มีห้องน้ำน่ะ งงมาก เราเข้ามาในเกตแล้ว พอปวดห้องน้ำก็ต้องขอออกไปเข้าแล้วตรวจเข้ามาใหม่ งงมากจริง ๆ


เครื่อง Airasia มาแล้ว จอดเทียบท่าแล้ว เตรียมพร้อมบินกลับ กทม. แล้วนะคะ หากใครมีข้อสงสัยตรงไหน ถ้าอยากสอบถาม เชิญที่หน้าเพจอั้มนะคะ ขอบคุณค่ะ

ชมเที่ยวสิงคโปร์ วันที่ 1 ที่นี่ กดเลยค่ะ



Follow or Contact me 
❀ Website ❀  ::  www.aumbellezza.com
❀ Facebook  ❀ :: www.facebook.com/Aumbellezza
❀ Instagram ❀ :: http://instagram.com/aum_bellezza
❀ Youtube ❀ :: http://www.youtube.com/user/prapustoo
❀ Line ❀ :: http://line.me/ti/p/@usz7193x

ตื่นเช้ามา เอ๊ะทำไมฟ้ามันขมุกขมัวเหมือนยังไม่เช้า คล้ายกับพระอาทิตย์หายไป นี่ก็เกือบจะนอนต่อละนะ พอหยิบโทรศัพท์มาดู ว้าย 8 โมงแล้ว ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ ใส่คอนแทนเลนส์ ชะเง้ออีกที ที่หน้าต่าง ว้ายยยยยย ชิพหาย ฝนตก นี่มา สิงคโปร์ ยังไม่ได้พบปะกับพระอาทิตย์เลยค่ะ เตรียมตัวไม่ถูกเลย หลังจากแต่งหน้าเสร็จ ท้องก็ร้องหิวโหยได้ถูกเวลาจริงเชียว ก็เลยลงมาด้านล่างโรงแรม มุ่งหน้าไปอีกฝั่งหนึ่ง เพราะอยากเดินเล่นด้วย อยากกินไรใหม่ๆ ด้วย เจอร้านหลายร้านเลย ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมเลยน่ะ ถ้ามาพัก V Hotel Lavender ลองข้ามไปดูค่ะ ของกินมีอยู่ 7-11 ก็มี แขกเหลื่อก็เยอะมาก มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน ชินกลิ่นกันเลยทีเดียว ร้านที่โชคดีคือ เลือกร้านนี้เพราะเมนูหน้าตาดูแล้วน่าจะกินได้ เข้าไปนั่ง วางของจองที่ ก่อนและเดินไปสั่งของ วิธีสั่งคือ จิ้มๆเอา 555 หรือไม่ก็บอกเลข บอกรหัสเอาค่ะ พร้อมจ่ายเงิน ยกไปกิน เป็นอันเสร็จพิธี กินอิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมออกเดินทาง สถานีแรกของเราคือไป ไชน่าทาวน์ การเดินทางวุ่นวายมาก มาถึงสถานีกลัวเงินหมด แวะเติมเงิน เงินไม่เข้าบัตร เสียไป 5 แล้วทำไงดี ยืนงงพักหนึ่ง อ๋อ เขาให้เติมขั้นต่ำ 10 จ้า และอี 5 แรกฉันล่ะ โชคดีพนักงานที่กำลังเลิกงานเดินมาเห็นพอดี เลยพาไปเอาเงินสดคืนที่เคาเตอร์ โดยต้องเอาใบเสร็จไปด้วย ตอนอั้มเติมเงินไม่เข้าแต่มีใบเสร็จออกมาด้วยนะคะ ตอนไปเอาคืนเขามีให้กรอกข้อมูล พวกหมายเลขพาสปอตด้วย พาสปอตสำคัญมากควรพกติดตัวตลอดนะคะ พนักงานเห็นว่ามาจากไทย เขาทักทาย สวัสดีครับ ด้วยอ่ะ เลิศไปอีก ไม่รู้เพราะความสวยหรือโชคดี มีคนช่วยเหลือตลอดเลยและเราได้เงินคืนมาพร้อมพนักงานช่วยบริการเติมเงินให้ ปัญหาคือ เติมไป 10 และที่เหลืออีก ยังไงก็ใช้ไม่หมดแน่ๆ สงสัยต้องเอาไปกินขนมใน 7-11 แทน ซึ่ง 7-11 ส่วนมากจะเล็ก และของขายน้อยมาก ไม่ฟินเลย ของกินเยอะ ของฝากแยะ และจะไปไหว้พระวัดเขี้ยวแก้วด้วย ออกมาจาก MRT สถานี Chinatown (NE4) และเดินออกทาง Exit A มั้ง 555 งงมาก ออกมาจากทางออกละก็เดินมาหน่อยหนึ่ง เลี้ยวขวาไปตามทางเรื่อยๆ และตรงอย่างเดียวเลยค่ะ และก็จะถึง หรืออีกวิธี เดินออกมาจากรถไฟฟ้าและก็ตรงไปเลยค่ะ จนถึงวัดของฮินดู จะมีแขกเยอะๆ แวะไหว้ก่อนก็ได้ และเลี้ยวขวาตรงวัดนี้แหละค่ะ และก็ตรงดิ่งไปโลด หมูแผ่นร้านนี้ จัดว่าเด็ด สถานี Chinatown คนค่อนข้างเยอะ คนไทยก็เยอะพอสมควรน่ะ ได้ยินเสียงคุยไทยกันเยอะเชียว ฝนยังไม่หยุดดี ก็ขอเดินออกมาถ่ายรูปสักหน่อย เพราะถ้ารอฝนหยุดกลัวจะไม่ได้เที่ยว ออกจากสถานี Chinatown ก็เดินตรงไปอย่างเดียวเลยนะคะ จะเจอวัด Sri Mariamman วัดแขกในย่านไขน่าทาวน์ ค่ะ วัดนี้แขกเยอะแน่นวัด ก่อนเข้าวัดต้องถอดรองเท้าไว้ด้านหน้าก่อน แล้วคือฝนตกด้วย จะให้ถอดรองเท้าอีก คงลำบากมากมาย อั้มเลยแค่ยืนไหว้ด้านหน้าพอ ไม่ได้เข้าไปในวัดค่ะ จากวัดแขกก็เดินมาทางขวามือ ตรงไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ จะไปเจอวัดพระเขี้ยวแก้ว วัดนี้สวยมาก ส่วนมากการตกแต่งเน้นสีทองและแดง ตามสไตล์สถาปัตยกรรมวัดจีน ใครมาที่นี่ถ้านุ่งสั้น มาหยิบผ้าถุงไปนุ่งก่อนนะคะ มีผ้าถุงผ้าคลุม เตรียมไว้ให้ที่ด้านหน้า และ ด้านหลัง ทางเข้าวัดค่ะ มีธูป ไว้ให้บริการด้วยนะคะ ส่วนมากเห็นเขาใช้กันแค่ 1 ดอก ซึ่งตอนแรกก็จะหยิบ 5 ตามตำราไหว้เทพ แต่เราเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม 1 ก็ 1 แล้วกันเนอะ ขึ้นลิฟไปชั้นบนสุดก่อนเลยค่ะ ขึ้นไปแล้วต้องเดินบันได ต่อไปอีก 1 ชั้น หากคนเดินไม่ไหว ก็มีบริการรถเลื่อน เก๋ ๆ ด้วยค่ะ มีสวนหย่อมด้วย และค่อยเดินลงมาทีละชั้น ชั้น 4 ห้ามถ่ายรูปนะคะ ระวังกฏตรงนี้ด้วย ชั้น 4 จะเป็นจุดที่มีพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญตามชื่อวัดเลยค่ะ บนชั้นดาดฟ้า ที่มีส่วนหย่อม อั้มเห็นคนมาเดินหมุนระฆังใบใหญ่กัน ก็เลยหมุนตาม บางคนก็หมุนแล้วสวดไปด้วย แต่ละคนหมุนรอบไม่เท่ากันน่ะ ก็ไม่รู้แน่ชัดว่า จริง ๆ ควรหมุนกี่รอบ มีดอกไม้ กับ เทียน ที่จัดไว้ให้บริการ ราคาก็มี 5$ , 10$ , 20$ ค่ะ เอาตามชอบเนอะ มีไฟไว้ให้จุดบริการด้วยนะคะ สีฟ้า ๆ นั่นแหละ คล้าย ๆ ไฟจุดเตาแก๊สบ้านเราเลยเนอะ มาถึงเขากำลังทำพิธีอะไรกันสักอย่างอยู่เลยค่ะ ใครนุ่งสั้นมาอย่าพึ่งเข้ามานะคะ หยิบผ้าถุงมานุ่งก่อนเน้อ เห็นเขามายืนจับลูกแก้วกัน แล้วหลับตาอธิษฐานกัน นี่ก็เอามั่ง สถาปัตยกรรมการตกแต่งภายในวัด สวยงาม อร่ามตา มาก ๆ ค่ะ บางชั้นก็ถ่ายรูปได้ บางชั้นก็ถ่ายไม่ได้ สังเกตุป้ายกันด้วยนะคะ มาเที่ยวบ้านเขาก็ทำตามกฏบ้านเขาด้วยนะ เดินออกมาทางด้านหลังวัด ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลยค่ะ แต่ตกไม่หนักมาก พอให้เดินลุยฝนเบา ๆ สวย ๆ ได้อยู่ อั้มเจอรถไอติม วอลล์ที่สิงคโปร์เยอะพอสมควร เป็นรถแบบภาพด้านบน จอดตามสถานที่ท่องเที่ยว ว่าจะลองกินสักหน่อย แต่หาพ่อค้าไม่เจอ แถว ๆ วัดหรือย่านไชนาทาวน์ จะมีของขวัญ​ของฝาก ขายเยอะพอสมควรค่ะ แต่ละร้านก็คล้าย ๆ กัน แล้วก็เดินย้อนลงมาอีกนิด มากินชานม จริง ๆ สั่งขนมจีบ ซาลาเปา มากินด้วย แต่ยังไม่ทันถ่ายรูป คุณเอกกินหมดอย่างไวมาก สงสัยจะหิว ตรงรูปปั้นนี่ เห็นหลายๆ คนมาก็ถ่ายรูปกัน เราก็ถ่ายบ้างไรบ้าง เป็นที่ระลึกเนอะ เสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่เดิม เพื่อขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไปเดินเล่น ชอปปิ้ง ถนน ออร์ชาร์ด กันต่อ รถไฟฟ้าที่นี่ถึงจะมีหลายสาย แต่ไม่ งง น่ะ เอาจริง ๆ คือเดินทางไปไหนง่ายสะดวกมาก แล้วใช้แค่บัตรใบเดียว กับทุกสถานีได้เลย ถนนเส้นนี้ แหล่งชอปปิ้งดี ๆ เลยค่ะ ห้างเยอะมาก ใช้เวลา 1 วันได้สบาย ๆ มีต้นไม้ปลูกไว้ตามข้างทาง ให้ความรู้สึกสดชื่น ถนนหนทางก็ดูสะอาดสะอ้าน ฝนตกก็ไม่เฉอะแฉะ ตกแป๊ปเดียวก็แห้งหมดแล้ว อยากชอปปิ้งจัง แต่ไม่ได้โหลดกระเป๋ามาโน๊ะ เดินมาจนจะถึงสถานีรถไฟ Somerset ก็เห็นมีป้ายแนะนำร้าน Tokyu Hands เขาว่าศูนย์รวมของญี่ปุ่น นี่ก็มาสิงคโปร์น่ะ แต่ก็คัน เลยเดินลงไปดูสักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง ในร้านก็จะมีพวกของนำเข้ามาจากญี่ปุ่นเต็มไปหมด คล้าย ๆ เราเดินอยู่ญี่ปุ่นเลย แต่ราคาอาจจะแพงกว่าอยู่บ้าง พนักงานที่นี่ก็เหมือนคนญี่ปุ่นเลยค่ะ มาเจอกาซาปอง เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย ขอหมุนหน่อย ใช้เงินสิงคโปร์ไม่ได้น่ะ ต้องเอาเงินไปขอแลกที่พนักงานก่อน ตอนขอแรก พนักงานก็ถามด้วยว่าจะหมุนตัวไหน 555 แล้วเขาก็จะเอาบาโค็ดมายิง แล้วก็ค่อยให้แลกเงิน นี่ก็เลือกหมุน Gudetama , หนู ,​หมา น่ารักดีค่ะ จัดไปเลย อันล่ะ 5 $ แหนะ ชอปปิ้งจนหนำใจ ใกล้ถึงเวลาแล้ว วันนี้เรามีนัดกันจะไปดูการแสดงโชว์ Merlion อีกครั้ง แล้วก็จะไปดูต้นไม้สวย ๆ Supertree ที่ Gardens by the Bay มาถึงยังไม่ได้เวลาเปิดไฟ ก็เดินเล่น ถ่ายรูปเล่น สำรวจสวนไปเรื่อย ๆ ก่อน คนเริ่มทยอยมากันเต็มพื้นที่ไปหมดเลย มีเด็กลอยได้ด้วย เก๋ อ่ะ น่ารักมาก ได้เวลา ฟ้ายังไม่ทันจะมืดดี ไฟก็เริ่มติด สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือสวยงามมาก มันดูมหัศจรรย์มาก ๆ ค่ะ ณ ตรงจุดนั้น มันรู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งเลย ชอบมาก ๆ ที่นี่จะมีส่วนที่ให้เข้าชมฟรี และ เสียค่าบริการนะคะ วันนี้เราเน้นงานฟรีไปก่อน ต้นไม้ที่นี่ส่วนมากอั้มค่อนข้างคุ้นเคยค่ะ เหมือนๆ ต้นไม้ที่ไทยเลย การเดินทางมาที่นี่ก็ ใช้บริการ MRT Bayfront ทางออก Gardens by the Bay หลังจากดูต้นไม้ที่ Gardens by the Bay เสร็จแล้ว ใกล้ถึงเวลาดูการแสดงโชว์ Wonder Full เราก็เลยต้องรีบเดิมจ้ำ ๆ มาอย่างไว ในที่สุดก็ทันเวลา แต่ที่นั่งด้านหน้า ถูกจับจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันหยุดคนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่เป็นไร สามารถดูโชว์ได้ทั้ง 2 ด้าน ทั้งจากฝั่งด้านหน้าและฝั่ง Merlion หลังจากชมโชว์เสร็จ ก็เดินไกลมาก ไกลพอสมควร เพื่อมาถ่ายรูปกับ Merlion อีกครั้ง กลางคืนก็สวยไม่เบา เดินจนปวดขาไปหมด ดีที่ซื้อที่แปะเท้ามาจาก Tokyu Hands แต่ถามว่าช่วยอะไรได้ไหม ตอบเลยว่า ไม่ได้ 5555 ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่ ดอนเมือง ที่สนามบินมี Charles & Keith ด้วย ที่นี่เขาจะคิดเงินโดยไม่รวมภาษีนะคะ ก็ชอปกันได้ตามสบายใจ หากเราชอปปิ้งมาเยอะแล้วต้องการ Tax Refund หรือเอาภาษีคืน เตรียมของให้พร้อม หากเราจะถือขึ้นเครื่องไม่ได้โหลด ก็เผื่อเวลาเยอะ ๆ หน่อย ตรงนี้มีพนักงานบริการแค่ 2 เคาเตอร์ 2 คนแค่นั้น ใช้เวลาตรงนี้นานพอสมควรค่ะ มาถึงสนามบินไวมากวันนี้ มีเวลาเหลืออีก 1 ชม. ก็เลยมานั่งเล่นที่ร้านสตาบัค จัดเมนูใหม่ ๆ มาลองสักแก้ว ใกล้ถึงเวลาแล้วก็เลยเดินมาที่ Gate ที่เราจะขึ้นเครื่อง ที่เกตมีที่ชาร์จแบตมือถือ มีอินเตอร์เน็ต ให้บริการด้วย เก๋ ๆ ดี แต่ Gate นี้ไม่มีห้องน้ำน่ะ งงมาก เราเข้ามาในเกตแล้ว พอปวดห้องน้ำก็ต้องขอออกไปเข้าแล้วตรวจเข้ามาใหม่ งงมากจริง ๆ เครื่อง Airasia มาแล้ว จอดเทียบท่าแล้ว เตรียมพร้อมบินกลับ กทม. แล้วนะคะ หากใครมีข้อสงสัยตรงไหน ถ้าอยากสอบถาม เชิญที่หน้าเพจอั้มนะคะ ขอบคุณค่ะ ชมเที่ยวสิงคโปร์ วันที่ 1 ที่นี่ กดเลยค่ะ Follow or Contact me ❀ Website ❀ :: www.aumbellezza.com ❀ Facebook ❀ :: www.facebook.com/Aumbellezza ❀ Instagram ❀ :: http://instagram.com/aum_bellezza ❀ Youtube ❀ :: http://www.youtube.com/user/prapustoo ❀ Line ❀ :: http://line.me/ti/p/@usz7193x