Breaking News

ไปเที่ยวเซียงไห้ ไม่ถึงหมื่น กินอิ่มทุกมื้อ นอนโรงแรม 4 ดาว ไปกับ Unithai สายการบิน Nok Scoot

สวัสดีค่ะ พี่อั้มพึ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองเซียงไฮ้ กับ เมืองหางโจว มา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ไปเลยนะคะ ตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับจีนที่ได้ยินมา มันค่อนข้างน่ากลัว ไปเองก็กลัวจะไม่รอด เลยใช้บริการของ Unithaitrip หรือเรียกติดปากกันว่า โปรไฟไหม้ unithaitrip  เพราะตอนพี่อั้มไปเกาหลี กับไปญี่ปุ่นครั้งแรก พี่อั้มก็ใช้บริการของที่นี่ ไม่ต้องกลัวเรื่อง ทริปล่ม หรือทัวร์จะหลอกเงินเรา เพราะพี่อั้มใช้บริการมาหลายปีแล้ว ที่นี่ไว้ใจได้ค่ะ เพื่อนๆ ที่อยากไปเที่ยวบางคนงบจำกัด บางคนกลัวหลง บางคนไม่เก่งภาษา ทำให้ไม่กล้าไปเที่ยวซักที เพราะฉะนั้น รอบนี้เราจะเขียนบล็อกเล่าให้ฟังกันว่า ไปกับทัวร์ ดี หรือ ไม่ดี  ถึงแม้รอบนี้เราจะได้รับการสนับสนุนจาก Unithai แต่ ดีไม่ดี เราบอกตรง ๆ แน่นอนจ้า


 

ต้องขอออกตัวบอกก่อนน้า ว่าพี่อั้มห่างหายจากการเขียนบล็อกท่องเที่ยวมานานมาก หลัง ๆ ทำคลิป Vlog พาเที่ยวตลอดเลย การถ่ายรูปวิว และสถานที่ต่าง ๆ อาจจะไม่ได้สวยเหมือนเดิม ต้องกราบขออภัยด้วยนะคะ แต่รูปตัวเองคือสวยปังอยู่ ไม่เชื่อไปดูได้ที่ 

 

Instagram :: aum_bellezza เลยจ้า อย่าลืมกดติดตามด้วยน้า 
  Youtube :: aumbellezza ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะปล่อยคลิปเร็วๆ นี้

   
ทริปนี้ชื่อทัวร์ว่า ไอ้หนุ่มหมัดเมา บินด้วยสายการบิน Nok Scoot ที่นั่งเป็นแบบ 3-4-3 นั่งสบายไม่อึดอัด ราคาทัวร์เริ่มต้น 8,889 บาท รวมทุกอย่าง ยกเว้นค่าไกด์ 1,500 บาท และค่าวีซ่า ทั้งหมด 5 วัน 3 คืน สามารถโหลดกระเป๋าได้ 20 โล และถือขึ้นเครื่องได้ 7 โล ตามกฏของสายการบิน

แพลนที่ไปครั้งนี้

  • วันที่ 1 กรุงเทพ - สนามบินผู่ตง (เซียงไฮ้)
  • วันที่ 2 ร้านผ้าไหม - เมืองหางโจว - เจดีย์นางพญางูขาว - หมู่บ้านใบชา - ถนนคนเดินเหอฝั่งเจีย - นั่งรถไฟหัวจรดเมืองหางโจว
  • วันที่ 3 ร้านยางพารา - เมืองโบราณจูเจี่ยเจี่ยว - เซียงไฮ้ - ย่านซินเทียนตี้
  • วันที่ 4 ร้านบัวหิมะ - หาดไวทาน - ถนนนานกิง - ร้าน  Starbucks ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - อุโมงค์เลเซอร์ - ร้านหยก - ตลาดเฉินหวังเมี่ยว - สนามบินผู่ตง
  • วันที่ 5 บินกลับไทย

(ตารางไม่เป๊ะแบบนี้ 100% เนื่องจากปัจจัยเรื่องการเดินทาง และ ฝนที่ตกด้วยนะคะ)


พร้อมแล้วออกเดินทางไปพร้อมๆ กันเลยจ้า


วันที่ 1 เราต้องไปพบกันที่สนามบินดอนเมือง เวลา 21.05 น. เครื่องออก 02.20 น. ซึ่งทางไกด์ทัวร์จะโทรมาแจ้งเราก่อนบิน สงสัยอะไรสอบถามได้หมดเลยนะคะ ตอนไปถึงเราก็มองหาป้ายที่ไกด์แจ้งตอนโทร แล้วก็เดินไปรับเอกสารที่เขาเตรียมไว้ให้ เขาช่วยอำนวยความสะดวกดีมากเวอร์ ช่วยยกกระเป๋า ช่วยพาไปเช็คอิน คือ ประทับใจตั้งแต่แรกเริ่มเลยจ้า #ประเทศจีนเขาไม่อนุญาตให้นำอาหารสด พวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศนะคะ เอาไปโดนจับไม่รู้ด้วยนะคะ แต่เอาน้ำพริกไปได้ เพราะเราก็เตรียมไป 5555

(ทัวร์ที่ไปไม่รวมอาหารบนเครื่องนะคะ ถ้าอยากกินอะไรต้องซื้อเพิ่ม พี่อั้มแนะนำให้กินตั้งแต่ในสนามบินเลยจ้า)

ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม. เวลาจีนเร็วกว่าเรา 1 ชม. พอถึงประเทศจีน เราต้องรอเดินไป ตม.​พร้อมกันนะคะ เพราะเป็น Visa แบบกลุ่ม จะต้องเข้าพร้อมกัน ใครเป็นกะเทยเตรียมตัวดี ๆ เลยจ้า นี่กับจอสติดกันนานมาก ถามเยอะมาก แต่ก็ผ่านเข้ามาได้ด้วยดี และจะมีรถบัสมารอรับที่สนามบินไปโรงแรม คืนแรกก็นอนพักเอาแรงก่อนเดินทางเที่ยวในวันต่อไป ถึงโรงแรมประมาณ ตี 3 แต่ทางพี่ไกด์นัดเราไม่เช้ามาก นัดรวมตัว 8 โมง ถือว่ายังไหวอยู่ ที่พักของเราจะเป็นโรงแรม 4 ดาว ชื่อ Linzhen Hotel (Shanghai Pudong Airport) เราพักคืนวันแรก กับวันสุดท้าย พี่อั้มได้เป็นห้อง 2 เตียง ห้องใหญ่ นอนสบาย ที่นอนนุ่ม มีที่ให้วางกระเป๋าเพียงพอ และ ห้องน้ำมีอุปกรณ์ครบ ไม่ต้องพกอะไรไปเพิ่มเลย แต่มีเหม็นบุหรี่ ตรงนี้ทำใจ เพราะเจอทุกโรงแรม ที่นี่เขาสูบบุหรี่กันตลอด หน้าโรงแรม ในโรงแรม หนียากมากจ้า

   

ห้องทานอาหารต้องเดินออกมานอกโรงแรม จะอยู่ทางขวามือ ต้องพกคูปองมาให้เจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ ห้องอาหารชื่อ Zuiyue lane

 

อาหารมีไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอทานได้ เพราะทางพี่ไกด์เขาเอาหมูหยอง กับ ซอสมาให้ เราเลยกินกับข้าวต้มอร่อยหน่อย ไม่งั้นตายแน่ เพราะพี่อั้มกินรสจัดมาก 5555
   

หลังจากทานข้าวเสร็จ รวมพลกันตรงตามเวลานัดหมาย ล้อก็หมุนออกเดินทางสู่ เมืองหังโจว หรือ หางโจว ไม่แน่ใจอ่านว่าอะไรแน่ แต่ภาษาอังกฤษคือ Hangzhou เพื่อไปเจดีย์นางพญางูขาว ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

พอมาถึงเขาจะไปจอดรถตรงจุดจอด จะไกลจากตรงทางขึ้นเจดีย์นางพญางูขาว ประมาณ 1 กิโล ต้องใส่รองเท้าที่เดินสบาย ๆ หน่อยนะคะ ตรงนี้เป็นจุดจำหน่ายตั๋ว ถ้ามาเองต้องมารอคิวซื้อตั๋วตรงนี้ แต่อันนี้เขารวมหมดแล้วในค่าทัวร์ เราก็ไม่ต้องซื้อจ้า  พี่ไกด์จัดการให้หมด สบาย ๆ สไตล์คนเก๋
 

ทางเข้า มีความสวยงาม มาเที่ยวช่วงนี้ สิ่งที่ต้องพกคือ ร่ม จำเป็นมาก เพราะแดดร้อนสุด ไม่ร้อนแดดก็ฝนตก

 

 

เจดีย์นางพญางูขาว หรือ เหลยฟงถ่า Leifeng Pagoda เจดีย์อยู่บนยอดเขา ริมทะเลสาบซีหู เป็นเจดีย์ 8 เหลี่ยม สูง 5 ชั้น  ถ้าจะขึ้นไปยอดของเจดีย์ มีลิฟท์ให้บริการด้วยนะ หรือ จะเดินก็ได้ แล้วแต่สะดวก ถ้าใครเคยได้ดูหนัง ตำนานนางพญางูขาว น่าจะตื่นเต้นเหมือนพี่อั้ม อันนี้ทางขึ้นไปด้านบนคือดีงาม มีบันไดเลื่อนด้วย จริง ๆ ตำนาญนางพญางูขาวที่ไกด์เล่า กับ ที่เราดูละคร ไม่เหมือนกันนะ อันนั้นมันเหมือนตำนานความรัก อันนี้เขาคือตำนานอีกอย่าง ไม่รู้อันไหนเรื่องจริงเลยจ้า ตำนานเขาว่า นางพญางูขาว เป็นพี่ของ นางพญางูเขียว และตกหลุมรักหนุ่มคนหนึ่ง และเปิดร้านขายยาที่ทะเลสาบซีหู ช่วยรักษาโรคให้กับผู้คน แต่มีเจ้าอาวาสวันจินซาน มาบอกว่า เมียของเขาเป็นงู แล้วเขาบอกวิธีทำให้รู้ด้วยว่า ทำยังไง พอเขาทำตามแล้วเห็นว่าเมียเป็นงู ก็สิ้นใจตาย แล้วนางพญางูขาวก็โดนจับมาไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิง ที่ทะเลสาบซีหู และโดนสาปว่าถ้าน้ำไม่แห้ง เจดีไม่พัง นางพญางูขาวจะไม่สามารถกลับสู่โลกได้ แต่ก็มีคนมาช่วยนางจนได้ สามารถพังเจดีย์ให้ล้มลง ปัจจุบันเจดีย์ก็ล้มลงอยู่ใต้เจดีย์ใหม่ที่ครอบอยู่ ส่วนที่ไกด์คนจีนเล่าให้ฟัง คือ เช้าบ้านแถวนี้นิยมเลี้ยงหม่อนไหม สมัยก่อนมีงูชอบมากินหม่อนของเขา และเขาเลยสร้างเจดีย์ให้ ทำให้งูไม่มากินอีก แล้วชาวบ้านแถวนั้นก็มีความเชื่อ ถ้าเอาดินใต้เจดีย์กลับไปบ้าน จะโชคดี ทำหลายๆ  คนเข้าเจดีย์เลยพังลงมา  ประมาณนี้แหละจำไม่ค่อยได้ เพราะงง 555

 

เจดีย์นางพญางูขาวอันที่เราเห็นนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อครอบเจดีย์เดิม เนื่องจากชาวบ้านในสมัยก่อนมีความเชื่อเรื่องการเอาดินกลับบ้าน จึงทำให้เจดีย์พัง และเสียหาย ด้านในจะมีพวกไม้แกะสลักต่างๆ และมีร้านขายของฝากด้วยนะคะ ตอนขึ้นไปด้านบน สามารถขึ้นลิฟต์แก้วได้ ชั้นบนจะมองเห็นวิวทะเลสาบซีหู สวยงามมา




หลังจากนั้น เขาก็จะพาไปร้านขายชา เขาบอกว่าเป็นชาที่มีชื่อเสียงของจีน และเป็นชาที่ดีที่สุด กินแล้วจะอายุยืน 555 เป็นชาที่คนมีชื่อเสียงต่างๆ ล้วนแต่ชอบทาน เขาบอกชานี้พวกฮ่องเต้ และ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ชอบรับประทานมานานแล้ว และปลูกได้ดีเฉพาะเขตนี้ ไปปลูกที่อื่นก็จะไม่ดีเหมือนที่นี่ เขาว่าทานแล้วจะสุขภาพดี สามารถทานใบได้ด้วย เขาให้ลองทานชาด้วยนะคะ เราก็ทานกันอย่างจริงจังมาก ระหว่างนั้นเขาก็มีการทดสอบนู่นนี่ให้ดู และบอกชาเขาล้างสารพิษได้ และ ทำให้อายุยืน เราก็เชื่อ จัดมาฝากญาติผู้ใหญ่ในทันที ราคากล่องละ 400 หยวน

 

หลังจากนั้นก็ไปแวะรับทานอาหารกลางวัน อาหารกลางวันทุกมื้อจะเป็นเหมือนโต๊ะจีน ทานรวมกันประมาณ 8 - 10 คน มีน้ำ มีชา มีเบียร์ และส่วนมากจะไม่มีน้ำแข็งนะคะ แนะนำให้ทานแบบคนจีน คือ ทานชาร้อนแทน ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ ในเมนูแรกนี้ จะมีอาหารพิเศษที่ได้ยินชื่อมานาน อยากลองมาก ๆ นั่นก็คือ ไก่ขอทาน กับ หมูตงปอ หรือหมูพันปี เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองหังโจว ตัวไก่ขอทาน มันจะเป็นไก่ตัวเล็ก ๆ รสชาติบอกไม่ถูกอ่ะ แต่ถ้าใครไปหางโจว แนะนำว่าต้องลอง เพราะเป็นของขึ้นชื่อ ถ้าไม่ได้ลอง ถือว่ามาไม่ถึงหางโจวนะ
 

พอทานข้าวเสร็จ เดินออกมาเจอคนหาบลูกพีช กับ บ๊วย มาขาย เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหว คือมันหอมมาก และก็น่ากินมาก ๆ จับดูลูกมันนิ่ม ๆ เหมือนโดนคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่ ละมุนมาก ๆ เลยจัดมา 2 ลูก ราคา 10 หยวน

 

และนี่คือคลิปลองกิน ลูกพีชสด ๆ ครั้งแรกที่ซื้อมาจากร้านนี้จ้า ไปดูกันว่ามันเป็นยังไงได้เลยจ้า



เมืองหางโจว เป็นเมืองที่สวยมาก มีต้นไม้เยอะมาก ร่มรื่น ถนนหนทางดีมาก มีทางม้าลายให้เดินข้าม และคนส่วนมากที่นี่จะขับรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้า ไม่ใช่น้ำมัน คือเขาค่อนข้างรักษาธรรมชาติกันดีนะ ห้องน้ำแถวนี้ ยังทนได้อยู่ ยังไม่เจอสิ่งที่คิดไว้นะ ถือว่า เก๋

 

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็มุ่งหน้าสู่ ถนนโบราณเหอฝั่งเจีย He Fang Jie เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า ตึกต่างๆ ดูสวยงาม เป็นถนนประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรมที่เก่าแก่ของหางโจว ถนนไม่ใหญ่มาก มีความยาวประมาณ 460 เมตร เดินง่าย ๆ จะมีพวกของพ้นเมือง และ ของที่ระลึกขายด้วย มีชานมน้องกวางด้วย แต่อร่อยสู้ที่ไทยไม่ได้จ้า พักชิมนะ เดี๋ยวจะร้องกรี๊ดดดดดด
 

หลังจากนั้น ก็ถึงเวลาทานมื้อค่ำ เป็นบุฟเฟ่ต์ชาบูหม้อไฟ + ป้ิงย่าง

  กินไม่อั้น เนื้อดีมาก แถมมีลูกพีชด้วย เบียร์ เหล้า น้ำ ทุกอย่างไม่อั้น โคตรเลิศ ร้านนี้คนเยอะมาก เพราะราคาดี ของดี ของเยอะ กินจนจุกไปข้างหนึ่งเลย น้ำจิ้มก็ดี รสชาติถือว่าได้นะ เติมพริก เติมกะเทียมได้ด้วย 

ทานบุฟเฟ่ต์เสร็จ ก็เดินทางกลับที่พัก Garden Hotel Hangzhou คืนนี้นอนโรงแรม 4 ดาวอีกแล้ว แต่โรงแรมนี้ดีมาก ชอบมาก รักมาก
 
ห้องนอนกว้างกว่าคืนแรก เตียงนุ่ม แอร์เย็น นอนสบาย นอนชั้นสูงมากหน้าต่างใหญ่ แสงเข้าดี แต่งหน้าง่าย ห้องน้ำดี พื้นเป็นพรหม เขาบอกว่าเป็นโรงแรม 4 ดาวที่เคย 5 ดาวแต่นานมาแล้ว คือเขาเปิดมานานมาก แต่ยังบริการดีอยู่ อาหารเช้าที่นี่ดีมาก เยอะมาก รสชาติดีกว่าที่แรกมาก มีข้าวต้มที่เครื่องเยอะ ๆ มีนมสด ที่ไม่ใช่นมผงละลายน้ำ แล้วก็ขนมปังอร่อยชอบมาก มีพีชสด ๆ ให้กิน พีชคือโคตรดี รสชาติอร่อยฟินเวอร์มาก  
พี่อั้มเดินวน กินขนมปัง 3 รอบอ่ะ ขนมปังนุ่ม ทาแยม ทาเนย พูดแล้วอยากกินอีก  
ข้ามต้มในตำนาน เต้าหู้ชิ้น ๆ ตรงนั้น ระวังให้ดี เค็มปรี๊ดเลยเด้อ ใส่มาแต่พอน้อย ทยอยกิน อย่าตักทีหมดอันแบบพี่อั้มน้า ไตวายเด้อ


เช้านี้ เราจะได้ไปนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงครั้งแรกของจีน นั่งเป็นชั้นปกตินะคะ จากสถานี Hangzhou ไป Yuhang รถไฟที่มีเส้นทางยาว 1,318 กิโลเมตร วิ่งผ่าน ปักกิ่ง เทียนสิน เหอเป่ย ซานตง อันฮุย เจียงซู และเซียงไฮ้ทั้งหมด 7 เมืองใหญ่ วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร / ชั่วโมงเลยทีเดียว ในรูปนี้คือด้านหน้าสถานี มีความใหญ่โต อลังการมากจ้า เห็นมอเตอไซค์คันนั้นป่ะ คือเขาวิ่งบนทางเท้าเหมือนบ้านเราเลยนะ ต้องคอยระวัง หูตาว่องไวหน่อยนะคะ
 

อันนี้คือ ตั๋วรถไฟ เป็นแบบที่นั่งปกติ แต่จองที่นั่งไว้นะคะ ดูหมายเลขด้วยว่า เราหมายเลขอะไร ขบวนที่เท่าไหร่ ก็ไปยืนรอให้ตรงจุดแล้วก็ขึ้นไปนั่งได้เลยจ้า
 

ในสถานีคือกว้าง และ ใหญ่มาก ก่อนเข้ามาด้านใน ต้องต่อแถว ยื่นตั๋ว พร้อม Passport ให้เจ้าหน้าที่ และเอาของที่มีทั้งหมดผ่านเครื่องตรวจนะคะ

 

ที่นั่งรอเวลา ที่นี่ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่รถไฟจะใกล้มา เขาจะยังไม่ให้เข้าด้านในนะคะ ก็ต้องมารอกันตรงจุดนี้ก่อน ที่นั่งเยอะมาก
  พอได้กำหนดเวลา คนก็จะทยอยเดินมากันตรงนี้ เพื่อเข้าแถวสอดบัตร เดินเข้าไปรอรถไฟ รถไฟจะอยู่ด้านบนดินนะคะ เราจะต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปจ้า
 

ตรงนี้เขาจะบอกรายละเอียดแหละว่า อะไรยังไง แต่อ่านไม่ออกหรอก 5555

 

มายืนคอยกันตรงจุดที่ระบุในตั๋ว เขาจอดแบบตรงจุดเป๊ะเลยนะ หายห่วง  

รถไฟมาแล้วจ้า เตรียมขึ้น  

ด้านในรถไฟ ก็จะเป็นคล้าย ๆ บนเครื่องบินเลย มีที่นั่งระบุ แถว และมีที่วางอาหาร มีห้องน้ำ  

 เย้ ๆ ตื่นเต้นจ้า ตีนกามาพรึบ  

ลืมบอกไป ทริปนี้เราใช้ Sim2Fly ของ AIS นะคะ ไม่เจอปัญหาเรื่องสัญญาณและการใช้งานเลย ในทริปลุง ๆ ป้า มาถามบ่อยมาก ทำไมเล่นเน็ตไม่ได้ สัญญาณไม่มี นี่ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะของเรามีตลอด ก็เล่นได้ตลอดทางเลยอ่ะ  รักมาก ไปเมืองไหน ประเทศไหน ก็ใช้แต่ AIS

   

หลังจากนั้นเราก็มาที่ร้านขายหมอนและที่นอนยางพารา แต่เราไม่ได้ถ่ายอะไรไว้เยอะนะ เพราะเขามีป้ายแปะห้ามถ่ายรูป แต่ชอบที่มีให้ทดลองนอน แอบนอนไปเกือบครึ่งชั่วโมงเลย บางคนอาจชอบก็ซื้อไป บางคนไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อ แต่บางคนที่เขาอยากเที่ยวอาจไม่ชอบที่นี่ เพราะใช้เวลานานพอสมควร ถ้าไม่ถึงเวลา เขาก็ยังไม่ให้กลับ แต่พอดีวันนี้ฝนตกทั้งวัน เลยได้โอกาสนอนพักนิดหนึ่ง
 

หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ เมืองโบราณ จูเจี่ยเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. เป็น เมืองโบราณที่เรามีความอยากมามาก หามุมถ่ายรูปไว้เยอะมาก แต่มาถึงฝนตกหนักมาก เปียกหมดทั้งตัว ร่มก็เอาไม่อยู่แล้วจ้า แต่ถามว่า สู้ไหม สู้จ้า ไปดูรูปสิสวยมาก 555 แต่เปียกทั้งตัวเลยนะ ก่อนจะไปถ่ายรูป เราก็แวะมากินอาหารกลางวันกันก่อน ซึ่งอยู่ในเมืองโบราณพอดี จริง ๆ อยากเรียกตลาดน้ำมากอ่ะ 555 อาหารก็จัดเต็มอีกเช่นเคย อาหารรสชาติไม่ได้อร่อยนะ แต่ก็ไม่ได้แย่ ปกติไม่ใช่คนกินข้าวเยอะ แต่มานี่กินเยอะมาก และโชคดี ที่พี่ไกด์นำน้ำพริกมาให้ กลายเป็นแซ่บหลายไปทุกสิ่ง อาหารส่วนมากจะเป็นรสชาติ เค็ม จืด และมีความมัน  
นี่คือเรือที่ใช้ร่องในแม่น้ำนะคะ ค่าเรือไม่เสียน้า รวมมาหมดแล้วกับค่าทัวร์ คุ้มโคตร ๆ


เมืองโบราณจูเจียเจี่ยวตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเซียงไฮ้ ริมฝั่งทะเลสาบดื้นซาน อยู่ระหว่างมณฑลเจ๋อเจียง กับ มณฑลเจียงซู เมืองนี้ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นไข่มุกใต้แม่น้ำแยงซีเกียง เมืองนี้จะมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นวัฒนธรรมโบราณของราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ซิงอยู่ด้วย ที่นี่บรรยากาศดี และ เป็นเมืองที่สวยมาก แต่กลิ่นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เดินไปเหม็นไป เหม็นเหมือนสาปหมา
 

หลังจากนั้นก็เดินทางสู่ มหานครเซี่ยงไฮ้ นั่งรถประมาณ 1 ชม. เขาบอก เซียงไฮ้เป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดของจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซี เป็นเมืองเศรษฐกิจ มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ประมาณ 6,200 ตรกม. ก่อนมาได้ยินเขาเล่ากันว่า เป็น ปารีสแห่งตะวันออก พอมาเจอกับตัวเอง ถึงกับตะลึงเลยจ้า มันเกินกว่าที่คิดไว้เยอะมาก โคตรชอบเมืองนี้เลยอ่ะ แต่เสียอย่างเดียว ของแพง แบรนด์เนมไม่เห็นจะถูกเหมือนปารีสเลย 555

ต่อมาเราก็ไปที่ร้านขายบัวหิมะ ก็จะมีพวกสมุนไพรต่าง ๆ ขายด้วย เช่น เห็ดหลินจือ , ถังเช่า ฯลฯ​ เขาจะมีหมอแมะมาตรวจมือเรา ว่าเราเป็นอะไรยังไง เขาก็แนะนำ จะบอกว่า ตรงนี้ถ้าจิตไม่แข็งก็จะต้องโดนแบบพี่อั้ม เพราะเขาบอกแบบ เหมือนเขารู้อ่ะ แล้วเราก็รักตัวเองไง ไม่อยากจะตายไว ก็เลยซื้อมา แต่เขาก็พยายามจะให้ซื้อเยอะ ๆ นะ แถมแล้ว แถมอีก แต่เราก็ต้องจิตแข็ง เขามีปล่อยพลังรักษาให้ด้วยนะ เหมือนไฟช็อตเลย แป๊ะ ๆ เลยแก แล้วก็มีให้แช่เท้าด้วย มีมานวดไหล่ให้อีก คือก็บริการดีแหละ แต่ว่ายัดเยียดของไปหน่อยหนึ่ง ตรงนี้ก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเขาห้ามจ้า
ตอนนี้เรามาถึงร้าน Starbucks Reserve Roastery ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ร้าน สตาบัค ที่เซียงไฮ้

สวยมาก ด้านนอกถ่ายรูปได้ทุกมุม ช่วงที่ไปตรงกับวันเสาร์พอดี คนเลยเยอะนิดหนึ่ง สตาบัคที่นี่ยิ่งใหญ่มาก ด้านบนของร้านตกแต่งด้วยแผ่นไม้รูปหกเหลี่ยมที่เป็นงานแฮนด์เมดจำนวน 10,000 แผ่น และเขามีถังคั่วกาแฟ อยู่กลางร้านด้วย มีเครื่องดื่มเยอะมาก ขนมก็เยอะ เครื่องดื่มบางชนิดมีขายเฉพาะที่นี่ด้วยนะ แต่ทางเรารอไม่ไหว เพราะทัวร์ให้เวลา 1 ชม. แทบกรี๊ดอ่ะ อดกินไป คนเยอะรอคิวไม่ไหว วิ่งขาขวิดเลยจ้า แค่ถ่ายรูปก็หมดเวลาละ  
ในร้านจะมีมุมให้นั่งเยอะมาก ทันทีที่เดินเข้าไปด้านใน จะได้กลิ่นกาแฟ และ ขนมหอมไปหมดเลย มีวิธีการชงกาแฟที่แสนเก๋ ไม่สามารถพบเจอได้ในไทยอีกด้วย มีพวกแก้วกาแฟขายด้วยน้า พอออกจาก สตาบัค ก็เดินทางมากินข้าวกันต่อเลยจ้า มื้อนี้ก็คล้ายๆ เดิม เป็นโต๊ะจีน ตอนนี้รู้แล้วแหละ เวลากินเลี้ยงทำไมเรียกโต๊ะจีน ก็คือ มันมาจากจีนจริง ๆ เด้อ เป็นโต๊ะกลม ๆ หมุนตรงกลางได้ นั่งหมุนวนไปจ้า รอบนี้มีเป็ดปักกิ่งด้วย อร่อย
ดีจ้า

   

หลังจากกินข้าวอิ่ม ก็มาเดินย่อยอาหารกันที่ นานกิง Nanjing Lu เป็นถนนคนเดิน ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย ตอนที่ไปของลดราคาเยอะมาก เช่น Zara , H&M , Uniqlo ช้อปกันไม่ไหวเลยแม่จ๋า  

ถึงฝนจะตก ๆ หยุด ๆ แต่คนก็เดินกันเยอะนะคะ ที่นี่เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งที่คนนิยมมาเดินมาก ๆ ที่สุดในเซียงไฮ้ คนต่างชาติก็เยอะมาก มันเหมือน walking street หรือ ถนนคนเดินเลยอ่ะ และถนนนี้มีความยาว 5.5 กิโลเมตร  

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วนะคะ ก็นอนที่โรงแรมเดิมที่มานอนวันแรกจ้า

เช้าวันสุดท้ายที่เซียงไฮ้ ตื่นเช้ามารถบัสก็พาเรามุ่งหน้าสู่ย่าน ซิน เทียน ตี้ (Xin Tian Di) เป็นอีกที่หนึ่งที่พี่อั้มรู้สึกว่ามันสวยมาก มีโอกาสจะต้องมาอีก
  เขาว่า ย่านซินเทียนตี้ เป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเมืองเก่า แต่บรรยากาศทันสมัย แถวนี้คลาสสิคมาก บ้านส่วนมากเป็นตึก ที่จะมองเห็นอิฐเป็นลวดลายมีความคล้ายยุโรป มีร้านกาแฟ มีร้านไอศครีมต่าง  ๆ ให้ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย ชอบมุมนี้มาก ถ้าฝนไม่ตก น่าจะสวยกว่านี้อีก ใครมาที่นี่ห้ามพลาด สำหรับพี่อั้ม พี่อั้มชอบแถวนี้มากนะ ถ้ามีเวลาเราจะสามารถถ่ายรูปได้เยอะมาก ถ่ายได้ทั้งวันเลยเอาจริงๆ  เพราะไปตรงไหนก็สวย แต่เวลาตรงนี้เรามีน้อยมาก ก็ได้แต่ วิ่ง ชิ วิ่ง จ้า [gallery link="file" ids="3097,3106,3105,3104,3101,3103,3099,3098,3095"] และหลังจากนั้น เขาก็พาเราไปทานข้าวอีกแล้วจ้า ทานเก่งมาก แต่ก็ดีนะ เพราะเราจะได้ไม่ปวดท้อง ถ้าไปเองคงจะได้ทานแค่วันละมื้อเท่านั้นแหละ อันนี้ได้ทานครบทุกมื้อเลย ทำให้มีแรงเที่ยวได้ เพราะมาจีน บอกเลยว่า เดินเยอะมาก พอกินอาหารอิ่ม ก็มาต่อกันที่ร้านหยก ร้านนี้ก็ใช้เวลานานมาก ถามว่าได้ซื้ออะไรไหม ก็คือ ไม่ เพราะราคาค่อนข้างสูงมาก ร้านนี้เขาก็ให้เรานั่งอยู่แบบนั้น พยายามขายอยู่นั่น ถ้าไม่ซื้อ ก็จะโดนตะล่อมเรื่อย ๆ จะออกจากที่นี่ยากมาก แล้วเขาไม่ให้ไกด์เข้าไปด้วยนะ เขาจะมีคนพูดไทยได้ คอยเป็นล่ามคุยกับเรา เราก็ต้องจิตแข็งนิดหนึ่ง วันนี้ได้เที่ยวเต็มอิ่มมาก เพราะมีไฟล์บินตีสองจ้า ตอนนี้มาเดินตลาดร้อยปี เซียงไฮ้ หรือ เขาเรียกว่า ตลาดเฉินหวังเมี่ยว (Chen Wang Miao) เป็นตลาดเก่าของผู่ตง บ้านเรือนแถวนี้สวยมาก เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิงและชิง แต่ด้านล่างจะทำเป็นร้ายขายของ ซึ่ง สตาบัค ที่นี่ก็เป็นแบบโบราณ สวยมาก ที่นี่จะมีของขายเยอะ ทั้งของกิน ของฝาก ช้อปปิ้งกันเพลิน ๆ แต่ว่า ห้องน้ำจะลำบากนิดหนึ่ง ใครจะมาที่นี่ รีบเข้ามาให้เรียบร้อยก่อนเลยจ้า บ้านเรือนส่วนใหญ่ จะเป็นทรงประมาณนี้เกือบหมดเลย บ้านกลางน้ำสวยมาก เวลามาอย่าไปทิ้งขยะลงในน้ำนะคะ สงสารคนเก็บมาก คนมาถ่ายรูปตรงนี้เยอะสุด ๆ แกดู Starbucks coffee ดิ สวยเนอะ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดพอดี ผู้คนเลยเยอะแยะมาก ขนาดฝนพึ่งหยุดตกไปนะเนี่ย น่าจะเป็นอีกจุดไฮไลที่ห้ามพลาดของเซียงไฮ้เลยแหละ การที่คนมาเยอะ เพราะที่นี่ต้องดี ไม่งั้นคนไม่มาหรอกจริงป่ะ? [gallery link="none" size="full" columns="2" ids="3113,3116"] และตอนนี้ เรามาที่ เดอะบันด์ (The Bund) ที่คนจีนเรียกว่า ว่ายทาน (หาดข้างนอก) แล้วจ้า เป็นอีกจุดที่ห้ามพลาด และอยากมามากที่สุดอีกจุดหนึ่งเลย ตรงนี้จะเป็นเส้นทางเดินเรียบแม่น้ำหวงผู่ คนจะมาเดินกันเยอะมาก นักท่องเที่ยวนิยมมากันมาก ๆ สามารถเดินชมวิว ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ได้เลย เพราะมันสวยมาก ตรงนี้เขาว่าเป็น สัญลักษณ์ของเมืองเซียงไฮ้ด้วยนะ แถวนี้จะมีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างสวยงาม โทนสีดูสวย ถ่ายรูปแล้วสวยมาก คราวหน้าจะมาซ่อม อยากมาถ่ายตอนเช้า ๆ มาก มันคือยุโรปชัด ๆ ตรงจุดนี้ สามารถชมความงามของตึกต่าง ๆ ได้ และ มองเห็นหอคอยไข่มุกอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนกลางวันพี่อั้มเห็นหอไข่มุกก็เฉย ๆ นะ พอกลางคืนเท่านั้นแหละ คือมันสวยมาก ตรงนี้เดินไปไม่ไกล ก็จะเป็นถนนหนานจิง ที่เราไปมาก่อนหน้านี้

 

 ที่เซียงไฮ้ เขาจะมีการแบ่งฝั่งด้วยนะ ฝั่งที่พี่อั้มยืนอยู่ เขาว่าเป็นเมืองเก่า ส่วนฝั่งหอไข่มุก เขาว่าเป็นย่านเมืองใหม่ แต่โดยรวมแล้วก็สวยทั้ง 2 ฝั่งแหละ ยังไงก็ต้องมาอีก มาอีก มาอีก มาอีก 3 รอบก็คงไม่พอ เพราะกะเทยอยู่ได้ครั้งละ 7 วัน 555s

หลังจากที่ถ่ายรูปตรง เดอะบันด์ เสร็จแล้ว ทางไกด์ทัวก็จะพามารอด อุโมงค์เลเซอร์ The Bund Sightseeing Tunnel ลอดใต้ไม่น้ำ ไปฝั่งหอไข่มุก ที่นี่เป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำสายแรกในประเทศจีน ใช้เวลาประมาณ 5  นาที ภายในอุโมงค์จะมีการตกแต่งและเปิดเพลงประกอบ แสงเลเซอร์ เป็นรูปต่าง ๆ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของภายในอุโมงค์เลเซอร์นะคะ  ของจริงคือสวยกว่ารูปถ่ายมาก เอาไว้เดี๋ยวไปดู VDO ในช่อง Youtube :: AUM BELLEZZA นะคะ วีดีโอ คือสวยกว่าเยอะมาก พอข้ามมาอีกฝั่ง เราก็เดินไปนั่งรถบัสคันเดิม เพื่อไปยังร้านอาหาร มื้อสุดท้ายก่อนบินกลับไทย คือ ทริปนี้ โคตรคุ้ม กินดีทุกมื้อ ก่อนกลับไปสนามบินก็ยังจัดเต็มพาไปกินอีกรอบนะ ดี๊ดี ก่อนจะจบรีวิว หลาย ๆ คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงอยากรู้ สิ่งที่พี่อั้มชอบและ ไม่ชอบของการไปกับเที่ยวทัวร์แล้วใช่ไหมละคะ เพราะฉะนั้น พี่อั้มจะสรุปให้อ่านกันในตอนท้ายนี้นะคะ สิ่งท่ีพี่อั้มชอบ ::
  1. ชอบการบริการของไกด์ ทำให้เราไม่ต้องแบกกระเป๋าหนัก ๆ เอง ไม่ว่าจะย้ายเมืองไปที่ไหน ก็มีคนยกให้ พาไป เราแค่ลากขึ้นห้องพัก และลงมาที่เช็คอินของโรงแรมเท่านั้น
  2. เวลาช้อปปิ้งที่ไหน ไม่ต้องถือพะรุงพะรังทั้งวัน ช้อปแล้วเอาขึ้นมาไว้บนรถ พอไปอีกที่หนึ่งเราก็ลงไปแต่ตัวได้สบาย ๆ
  3. คนที่ชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าหลายๆ  ชุด ไปกับทัวร์จะสะดวกตรงที่เราเอาของไว้บนรถได้ สะดวกดีไม่ต้องแบกของเยอะ
  4. เราได้รู้วัฒนธรรมของคนในประเทศนั้น ๆ สิ่งไหนที่ทำได้ ทำไม่ได้ ตรงไหนต้องระวังอะไร เพราะถ้าไม่ไปกับทัวร์ เราก็จะไม่รู้ว่าตรงไหนมีมาเฟีย ตรงไหนอันตราย  บางที่ต่อราคาได้เยอะถ้าเราไม่รู้ เราก็จะพลาด อาจต้องเสียราคาเต็ม ตรงนี้คือเลิศ
  5. อาหารการกิน ทางไกด์เขาเตรียมของที่เราจำเป็นมาให้ เช่น น้ำพริก ซอส หมูหยองฯลฯ เพราะเขามาบ่อย เขาจึงรู้ว่าอะไรนำเข้าประเทศได้ และ จำเป็นกับคนไทย ทำให้อาหารแต่ละมื้ออร่อยขึ้น มีรสชาติขึ้น กินได้เยอะขึ้น
  6. เสียเงินรอบเดียว ไม่บานปลาย ยกเว้นเราจะซื้ออย่างอื่นเอง เพราะทัวร์จะรวมหมด ค่าล่องเรือ ค่ารอดอุโมงค์ ค่าเข้าสถานที่ต่าง  ๆ ค่ากินแต่ละมื้อ ค่าโรงแรม คือรวมหมด ไม่ต้องเลยค่าอาหารเองเลยซักมื้อเดียว
  7. อาหารแต่ละมื้อจัดเต็มมาก กินอิ่ม ถ้าไปเองคงไม่ได้กินอะไรเยอะขนาดนี้แน่นอน ทำให้เราได้ลองอาหารพื้นเมืองต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ไก่ขอทาน , หมูพันปี เป็นต้น
  8. มีคนดูแล และบอกเล่ารายละเอียดของสถานที่ต่าง ๆ ทำให้เราอินกับสถานที่นั้น ๆ และทราบความเป็นมา
  9. ใครที่อยากเข้าห้องน้ำ บางทีก็ปวดกะทันหัน ทางไกด์ทัวร์เขาก็จะรู้ตำแหน่งห้องน้ำ ทำให้เราเตรียมพร้อมได้ดี อย่างเช่น ก่อนจะขึ้นทางด่วนไปเมืองหางโจว จะมีห้องน้ำแค่จุดเดียว อะไรแบบนี้แหละ เราก็ต้องรีบเข้าก่อนเดินทาง ไม่งั้นถ้าปวดกลางทาง คือ หายนะ เลยจ้า
  10. ไม่ต้องทำตารางเที่ยวให้วุ่นวาย เพราะไกด์พาไปตลอด เราเลยไม่เหนื่อยเรื่องวางแผนเที่ยว
  11. ได้เที่ยวครบทุกจุดในตารางทัวร์ ใน 1  ทริปได้ไปที่ดังๆ จุดไฮไล หลายจุด
  12. เราไม่รู้ภาษาจีน ถ้าไปเองก็อาจจะลำบากในการใช้ชีวิต การซื้อของ และไปยังสถานที่ต่าง ๆ แต่ไปกับทัวร์มันก็จะง่ายตรงที่เขาพาเราไปหมด บางสถานที่เดินทางไปยาก รถไฟไปไม่ถึง เขาก็พาไปได้หมด
  13. ตรงไหนมีมาเฟีย มีคนไม่ดี ไกด์ก็จะเตือนให้ระวัง เพราะกฏหมายจีนไม่เหมือนบ้านเรา ถ้าโดยขโมยเงิน กี่หยวนไม่รู้ แจ้งความไม่ได้ต้องเยอะประมาณหนึ่งกว่าจะแจ้งได้ น่ากลัวมาก
สิ่งที่พี่อั้มไม่ชอบ ::
  1. ใช้เวลาบนรถเยอะ แต่ละที่บางทีก็นั่งรถ 3-4 ชั่วโมงเลย
  2. ใช้เวลากับร้านขายสินค้าพื้นเมืองเยอะมาก แต่ก็เข้าใจได้แหละ ว่าเป็นนโยบายของการท่องเที่ยวเมืองจีน ที่ต้องไป ร้านหมอนยางพารา , ร้านบัวหิมะ , ร้านหยก , ร้านผ้าไหม , ร้านใบชา แต่ละจุดใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. จึงทำให้ราคาทัวร์ถูก ถ้าคนไม่ซี ก็ถือว่า ทัวร์นี้ โคตรคุ้มอ่ะ ราคานี้ เอาจริง ๆ แค่ ค่าเครื่องบิน กับ ที่พัก ก็คุ้มแล้วอ่ะ ตรงนี้พวกป้า ๆ ที่ไปด้วยเขาชอบกันมากนะ ซื้อของกันเต็มเลย อันนี้ก็แล้วแต่คนว่า ใครจะชอบไม่ชอบ เขาไม่ได้บังคับให้ซื้อ ขึ้นอยู่กับความพอใจ แต่ว่าถ้าไม่ซื้อก็โดนตะล่อมจนใจอ่อนแหละ จำไว้ว่า ต้องใจเด็ด ปิดหู ปิดตา จบ ๆ ไป 555 (ถ้าใครไม่อยากเข้าไปตรงนี้ ก็เสียเงิน 400 หยวนต่อร้าน ต่อคน ประมาณ 1,800 บาท รวม 5 ร้าน เท่ากับ 9,000 บาท )
ถ้าเทียบกัน สิ่งที่ชอบ กับ ไม่ชอบ สิ่งที่ชอบเยอะกว่ามาก และเมืองจีน (เซียงไฮ้ กับ หางโจว) สวยมาก เที่ยว 5 วันคือไม่พอจริง ๆ ถ้ามีโอกาส คงจะได้ใช้บริการ Unithai อีกรอบแน่ ๆ เพราะยังมีอีกหลายที่ ที่อยากไป รอบนี้เศร้าตรงเจอฝนตก เกือบทุกวันเลย มีวันแรกวันเดียวที่ไม่ตก ทำให้ความฟินมันลดลง เรื่องฝน เป็นเรื่องของธรรมชาติ คนเราไม่สามารถฝืนได้เนอะ ดีที่ไปกับทัวร์ ฝนตกเราก็ยังอยู่บนรถ สามารถเดินทางไปที่ต่าง ๆ ได้ ถ้าไปเองคงแย่แน่ ๆ คงนอนอยู่แต่โรงแรมไม่ได้ออกไปไหน เมืองเซียงไฮ้ มัน คือยุโรป จริง ๆ เหมือนที่เขาว่ากันแหละ ตึกสวยถนนหนทางดี ทุกอย่างดีไปหมด ยกเว้น ห้องน้ำ และ รสชาติของอาหาร

ตอนนี้หลงรักเซียงไฮ้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทริปนี้พี่อั้มต้องขอบคุณทาง  Unithai ด้วยนะคะ เป็นทริปที่ดีและประทับใจมาก ถ้าใครสนใจโปรแกรมทัวร์แบบที่พี่อั้มไป สามารถติดต่อไปได้เลยจ้า
ชื่อโปรแกรม ไอ้หนุ่มหมัดเมา 
ฝากติดตามคลิปที่ช่อง Youtube :: AUM BELLEZZA ด้วยนะคะ เดี๋ยวคลิปจะตามมาเร็ว ๆ นี้จ้า รับรองคลิปจะสวยกว่าภาพแน่นอนจ้า
Contact ❀ Website ❀ :: www.aumbellezza.com ❀ Blog ❀ :: http://aumbellezza.blogspot.com/ ❀ Facebook ❀ :: www.facebook.com/Aumbellezza ❀ Instagram ❀ :: http://instagram.com/aum_bellezza ❀ Youtube ❀ :: http://www.youtube.com/user/prapustoo ❀ E-mail ❀ :: [email protected]

ไม่มีความคิดเห็น